20130607 ได้เวลาเปลี่ยนจอโน้ตบุ๊ค ..


เหลือกลับมาแค่เนี๊ยะ .. เอาเก็บไว้ต่างหน้า ..

หลังจากที่จอขยับติดๆ ขยับดับๆ (หมายถึงขยับก็ติด พอขยับอีกทีก็ดับ) มีเส้นขวางตามแนวนอนบนหน้าจอให้ดูเล่นอีกด้วย แต่ก็ทนใช้มาอีกเกือบครึ่งปีเพราะเครื่องต้องใช้งานไม่มีว่างเว้น หลังจากเคลียร์งานเสร็จพอจะมีช่วงว่างเลยต้องอาศัยจังหวะนี้รีบเอาไปซ่อมเสียที ต้องรีบออกจากบ้านอย่างเร็วรี่ จะได้มีเวลาให้ช่างได้ซ่อมได้เปลี่ยนกันให้เสร็จเร็วๆ


พลิกกลับ .. หันมาดูด้านหลังกันบ้าง .. / แอลจี กับ ฟิลลิปส์ เค้าเป็นคู่ซี้ตีเนียนกันอยู่นะเออ ..

จริงๆ แล้วช่างใช้เวลาเปลี่ยนไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้นเอง ไม่ต้องทิ้งเครื่องไว้ข้ามวันข้ามคืน รู้อย่างนี้เอามาซ่อมเสียตั้งนานแล้ว แต่เพื่อความปลอดภัยผมถอดฮาร์ดดิสก์เก็บไว้ที่บ้าน แล้วเอาตัวเก่าเหลาเหย่ที่ลงวินโดว์เอ็กซ์พีเปล่าๆ ไม่มีข้อมูลอะไรทั้งสิ้นเพราะผมทำโลว์เลเวล ฟอร์แมตไปตั้งแต่ครั้งกระโน้นแล้ว และสุดท้ายสิ่งที่ได้กลับมาดูต่างหน้าก็คือซากจอเก่าที่เสีย เพิ่งได้เห็นตัวจริงเสียงจริงกันก็วันนี้หลังจากที่งอแงกันอยู่ครึ่งปี  ผมก็เพิ่งจะรู้จริงๆ นะเนี่ยว่า LG กับ PHILIPS เค้าเป็นคู่ซี้ทางการค้ากันอยู่ด้วยนะเออ


ร่ำลากันเป็นครั้งสุดท้าย .. ก่อนจะเคลื่อนกายย้ายที่พำนักไปพักผ่อนอยู่ยาวๆ ในห้องเก็บของ (หรือจะเรียกว่าห้องเก็บขยะดีน๊าาา เห็นมีแต่ของเสียๆ พังๆ ทั้งน๊านนนน .. ฮ่าๆๆๆ ..)


เอิ่มมม .. แหมๆๆ ..ผมนี่ถ่ายซะชัดเปรี๊ยะเลยเชียว .. เห็นป้ะ? (เง้ออออ .. หลุดโฟกัสไปชัดที่ด้านหลังของจอโน่นแน่ะ .. ฮ่าๆๆ ..)

ที่เขียนโพสนี้เก็บไว้ก็ไม่มีอะไรมากหรอก แค่จะบันทึกเอาไว้ว่าได้เปลี่ยนจอโน้ตบุ๊คไปเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 2556 เสียตังค์ไปแล้วสบายใจจัง .. เฮ้อ ..

คลิ๊กดูภาพทั้งหมดครับ (เผื่อใครอยากจะดู .. ฮ่าๆๆ ..)

 

เขียนโดย : Tombass
เขียนเมื่อ : วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม 2558 เวลา 17:25 น.

Advertisements

ช่วงนี้ .. บล็อคมีปัญหากับเซิร์ฟเวอร์ฝากรูป (อีกแล้ว)

ผมสังเกตเห็นปัญหามาระยะหนึ่งแล้ว คิดว่าเป็นปัญหาที่เซิร์ฟเวอร์หรือไม่ก็เป็นปัญหาของ IP address ระบบใหม่ทีเราเริ่มคุ้นหูกันบ้างแล้วในชื่อ IPv6 รวมไปถึงการที่เซิร์ฟเวอร์ DNS ต้องทำการอัพเดทฐานข้อมูล Domain Name ของเวบไซต์ทั่วโลกใหม่ทั้งหมด และต้องมีการ Convert ข้อมูลเดิมให้เป็นระบบใหม่เพื่อที่จะใช้งานอย่างเต็มตัวในอนาคตอันใกล้(มากๆๆๆๆ) นี้แล้ว ซึ่งบาง ISP ก็ดำเนินการแปลงข้อมูลในส่วนนี้อยู่ จนเกิดปัญหาในการใช้งานขณะนี้ เพราะความไม่ Compatible กันของระบบ IPv4 ที่เป็นแบบ 32 bit แล้วต้องเปลี่ยนเป็น IPv6 ที่เป็นแบบ 128 bit ตามมาตรฐานใหม่นั่นเอง (อันนี้คิดเองเองนะ ห้ามนำความคิดเห็นไปอ้างอิงใดๆ ผมไม่ขอรับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้นนะจ๊ะ)

ก็ทำได้แค่หวังลึกๆ ว่าทุกอย่างจะกลับมาทำงานได้อย่างเรียบร้อยในไม่ช้า เพราะหากว่าจะต้องมาตรวจสอบทุกเอนทรี่ในบล็อคแล้วตามแก้ไขลิ้งค์นับพันนับหมื่นลิ้งค์ ที่ตอนนี้กลายเป็น Broken Link รวมถึงทำการอัพโหลดภาพทั้งหมดขึ้นไปยังเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการรายใหม่ มันคงเป็นงานหนักระดับที่ต้องใช้กำลังคนและทักษะความอดทนที่สูงพอสมควรทีเดียว ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่คนๆ เดียวจะทำสำเร็จได้ในเวลาอันสั้น แค่คิดก็หน้ามืด หมดกำลังใจ ท้อแท้ไปแล้วตั้งแต่ยังไม่เริ่มต้นแล้ว ทุกวันนี้ก็ได้แต่อาศัยความสงบทางธรรมเข้าช่วยยึดเหนี่ยวจิตใจ หวังให้เกิดปาฏิหารย์แล้วทุกอย่างกลับมาใช้งานได้ ที่ผ่านมาเป็นแค่ความฝันไม่ใช่เรื่องจริ๊งงงงง ..

เรื่องของเรื่องคือมันไม่ใช่การแก้ลิ้งค์รูปภาพแต่อย่างเดียวน่ะสิ มันรวมไปถึงการออกแบบจัดวางในแต่ละหน้าด้วย มันเกี่ยวเนื่องกันไปกับทุกส่วนของบล็อคเลย แบบเด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงจันทร์อะไรประมาณนั้นแหละ เฮ้อ .. สำหรับบล็อคเกอร์ที่เน้นเนื้อหาไม่ได้เน้นรูปภาพมากๆ ก็ยังพอแก้ไขได้ไม่หนักหนา แต่บล็อคที่คุณกำลังอ่านอยู่นี่น่ะ มันเป็นเรื่องของการท่องเที่ยวถ่ายภาพนี่สิ รูปภาพจำนวนมากจัดได้ว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญในการดำเนินเรื่องราวของแต่ละเอนทรี่ในบล็อคก็ว่าได้

ถ้ามันแก้ไขอะไรไม่ได้แล้วก็คงต้องก้มหน้าแล้วทำใจยอมรับชะตากรรม แต่อย่างไงเสีย ผมก็เชื่อว่างานหนักไม่เคยฆ่าคน ค่อยๆ ทำไปทีละนิดทีละหน่อย อาจต้องใช้เวลาสักหน่อยแต่ก็ไม่เกินความพยายามไปได้แน่นอน เพราะความพยายามอยู่ที่ไหน ความพยายามก็อยู่ที่นั่นแหละ .. 555+

เอนทรี่นี้ไม่มีสาระอะไร แค่มาระบายความอัดอั้นตันใจไว้บนบล็อคเฉยๆ ไม่ต้องอ่านก็ได้นะครับ .. ขอบคุณที่ติดตามกันมาตลอด .. ขอบคุณครับ ..

เขียนเมื่อ : วันพฤหัสบดีที่ 14 มีนาคม พ.ศ.2556 เวลา 15:20 น. GMT+7 TH
ผู้เขียน : Tombass

ได้มาใหม่อีกอันนึงแล้ว .. Kingston 16GB Class10 UltimateX

จริงๆ แล้วไปซื้อมาตั้งแต่กลางเดือนแล้ว แต่ยังไม่ได้เอาไปออกทริปที่ไหน ก็ได้แต่เอามาลองๆ กดถ่ายเล่นๆ เป็นการเทสการ์ดนิดหน่อยแล้วเก็บใส่กล่องจนลืมไปเลย พอวันนี้ statement ของบัตรเครดิตมา ก็เลยนึกออกว่า เออ .. ตรูยังไม่ได้เอาการ์ดตัวใหม่มาอัพลงบล็อคเลยนี่หว่า ก็สบโอกาสถ่ายรูปแล้วอัพไปเก็บไว้บนอินเตอร์เน็ตพร้อมกันไปเลย

ตัวนี้เป็น Kingston ระดับ class10 เหมือนตัวก่อน แต่ก็ไม่รู้หรอกว่าไอ่เจ้า UltimateX 100X เนี่ย มันดีกว่าธรรมดาตรงไหน แต่ที่แน่ๆ ขนาด 16GB class10 ราคาแค่ 700 กว่าบาท ถึงไม่จำเป็นต้องใช้ตอนนี้ ก็น่าจะซื้อเก็บไว้ล่ะ เพราะเท่าที่ไปเดินๆ ดูเล่นๆ ตามห้างใหญ่ๆ หลายๆ ที่ (มันจะพูดซ้ำๆๆๆๆ ทำไมว๊ะเนี่ย..) จากคราวก่อนที่ซื้อ A-DATA ราคา 690 บาทก็ไม่มีราคาแบบนั้นอีกเลย จะเป็นราคาประมาณพันเศษๆ ถูกหน่อยก็เฉียดๆ พันทั้งนั้น ก็มีที่โลตัสบางกะปิที่ไปเจออันนี้แหละ 738 บาท แล้วบังเอิญว่ามีเหลืออยู่บน shelf แค่ตัวเดียวอีกด้วย

ไปยืนตัดสินใจเลือกอยู่นั่นแหละ เพราะเอาเปรียบเทียบกับ 8GB class4 ที่วางอยู่คู่กันแต่เป็นของ Apacer ในเรื่องของราคาแล้วจะต่างกันอยู่ประมาณร้อยนิดๆ ยืนชั่งใจอยู่นานมากจนพนักงานเดินวนเข้ามาดูสองสามรอบแล้ว ก็เลยคิดว่าเอาก็เอาว๊ะ ลองเสี่ยงดูซักตั้ง เพราะเห็นเค้าเล่ากันว่า Kingston ตอนนี้มีของปลอมอยู่ในตลาดเยอะมาก ยังไงก็ประกัน Synnex แหละ มีปัญหาอะไรก็ยังมี Distributor ให้เอาไปเคลมได้ล่ะน่า

เลยตกลงใจเอาตัว 16GB ด้วยประการฉะนี้ รูดบัตรรับของเดินตัวปลิวดันลืมซื้อของที่ต้องมาซื้อซะหยั่งงั้น จริงๆ แล้วตั้งใจว่าจะทยอยซื้อไปเรื่อยๆ ทุกเดือนๆ ถ้าสภาวะการเงินในกระเป๋ายังพอรับไหว เพราะยังไงเสียก็เอาไปใช้แทน flash drive ได้ด้วยอยู่ล่ะน่า

ผ่านมาจนถึงวันนี้แล้ว ก็ยังไม่ได้พาเจ้าการ์ด Kingston ตัวใหม่ไปวอร์มอัพแบบยาวๆ กันเลยซักทริป กับเวลาที่มันมีอยู่อย่างจำกัดเหลือเกิน ต้องรีบเคลียร์งานที่อิรุงตุงนังอยู่ให้เสร็จก่อน ภายในเดือนหน้านี่แหละคงได้ทดลองเจ้า UltimateX เนี่ยว่ามันแตกต่างจากยี่ห้ออื่นยังไง จริงๆ นะจะว่าไปแล้วเนี่ย ผมซื้อมันก็เพราะมันเป็น Kingston แล้วก็ที่แพ็คเกจมันพิมพ์ว่า UltimateX 100X อยู่ เลยเตะตาผมเข้าจังเบ้อเร่อ เพียงแค่นั้นแหละผมก็เสียตังค์ซื้อมันมาทั้งที่ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่ามันดีกว่าชาวบ้านเค้าตรงไหนยังไง .. ??? (หลงเชื่อโฆษณาง่ายดายจริงเชียวแฮะ ..)

เอาน่า ซื้อมาแล้ว ของมันไม่บูดไม่เน่าซักหน่อย เก็บไว้ก็ไม่ได้ขึ้นรานี่หว่า ยังไงเสียมันก็ต้องได้ใช้งานเข้าซักวันนึงล่ะ จบแล้วยังไม่มีสาระอะไรเลย ก็แน่ล่ะ เอนทรี่นี้ไม่มีสาระหรอก แค่อยากมาเขียนบอกเฉยๆ ว่าตรูซื้อมาแล้วก็แค่นั้น

 

เขียนเมื่อ : วันศุกร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ.2555 เวลา 21:33 น. GMT+7 THAILAND
ผู้เขียน : Tombass

ลองมาตั้งค่า DNS ด้วยตัวเองกันดีกว่า .. ง่ายนิดเดียว ..

จากโพสเรื่องของปัญหา DNS เมื่อวานนี้ เข้ามาอ่านคอมเม้นท์ที่เพื่อนๆ บล็อคทิ้งไว้เมื่อบ่ายนี้ ก็มีเพื่อนบล็อคบอกให้เขียนวิธีการตั้งค่า DNS ให้ดูที เพราะมีปัญหากับทรูเช่นเดียวกัน ผมก็สัญญาว่าเดี๋ยวเย็นนี้กลับบ้านมาจะรีบเขียนให้โดยด่วนจี๋ เผื่อจะช่วยบรรเทาปัญหาของเพื่อนบล็อคไปได้บ้างไม่มากก็น้อยล่ะ


ขอปิดรูปของเพื่อนบล็อคเอาไว้นะครับเพราะยังไม่ได้ขออนุญาตเพื่อนๆ เลย ..

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา .. เรามาเริ่มกันเลยดีกว่าเนอะ ..

ก่อนนอน .. เอ๊ย .. ก่อนอื่นเราต้องเปิดเครื่องกันก่อนครับ .. (น่านปะไร .. เอาอีกแล้ว .. เอ็งจะยียวนกวนบาทาเพื่อนๆ ทำไมว๊ะ .. แหะๆ ..  อย่าถือโทษโกรธผมเลยนะครับ .. มันเป็นสไตล์การเขียนของผมเอง เขียนแบบกวนๆ นิดๆ อยากให้รู้สึกว่าเรื่องยากๆ มันก็สามารถเข้าใจได้ง่ายๆ น่ะครับ ^_^ ) แล้วก็รอให้บูตเข้าสู่วินโดว์จนสำเร็จความตามประสงค์ (ดูมันๆ .. ยังไม่เลิกกวนอีกแน่ะ .. ;-p ) ระหว่างรอบูตเครื่องก็ลองลุกไปซิทอัพซัก 20-30 ที เพื่อเป็นการลดพุงที่กำลังใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จากการที่นั่งเล่นคอมฯ ทั้งวัน ไม่ได้ขยับก้นออกไปไหนกันเลย .. 555+

เอาล่ะ มาดูกันที่หน้า Desktop .. ลองมองหาไอค่อน My Network Place เจอไม๊ครับ .. ถ้าเจอแล้วก็คลิ๊กขวาที่ไอค่อน My Network Place แล้วเลือกที่ชอร์ทคัท Properties แต่บางคนก็บอกว่า .. เฮ้ย .. บนหน้า Desktop ของตรูมันไม่มีไอ่เจ้าไอค่อนตัวนี้เว๊ย ..

โอ๋ๆๆๆ ไม่ต้องเสียใจที่วินโดว์ของเราไม่เหมือนชาวบ้านเค้า งั้นลองไปคลิ๊กที่ปุ่ม Start ดูสิ แล้วมองหา My Network Place อีกทีซิ .. นั่นแน๊ .. แอบอยู่นี่เอง เจอแล้วก็คลิ๊กขวาเลือก Properties เหมือนกัน ..

แต่มีทริคเล็กๆ อยู่นิดนึง ถ้าเรามองเรื่อยลงมาจาก My Network Place อีกซัก 2-3 ขั้น ก็จะเจอกับคำว่า Connect to แล้วก็มีสามเหลี่ยมเล็กๆ ด้านท้าย ถ้าเราคลิ๊กเข้าไปดูก็จะเห็น Connection ที่เราใช้ในเครื่องเรียงกันอยู่ข้างใน คลิ๊กขวาบน Connection ที่เราใช้ต่ออินเตอร์เน็ตแล้วเลือก Properties ก็จะข้ามหน้าของ My Network Place เข้าไปสู่หน้าของการตั้งค่าได้เลย (เห็นม๊ะ ว่าวินโดว์ของเราไม่เหมือนชาวบ้านเพราะได้ config ให้เพิ่มความสะดวกรวดเร็วมากขึ้นกว่าแบบธรรมดาตะหาก .. อิอิ .. )

ใครที่คลิ๊กขวาเลือก Properties ของ My Network Place ก็จะมาเข้าที่หน้าของ Network Connection  ก็ให้เลือก Connection ที่เราใช้ต่ออินเตอร์เน็ต คนไหนใช้ Wi-Fi เชื่อมต่อก็เลือก Wireless LAN ใครใช้การเชื่อมต่อผ่านสายแลน ก็เลือกที่ LAN .. โดยคลิ๊กขวาที่ Connection ของเราแล้วเลือก Properties (อีกเช่นเดิม) ..

ส่วนใครที่เลือกทางลัด ที่มุดเข้ามาทาง Connect to แล้วคลิ๊กขวาเลือก Properties กับคนที่มาทางตรงผ่าน My Network Place ก็จะมาเจอกันที่จุดแวะพักระหว่างทางที่ตรงนี้ ..

นั่นคือ .. หน้าต่างที่เราจะเข้าไปตั้งค่ากัน .. แวะดื่มน้ำ ปัสสาวะ (ดื่มเข้าไปได้นังไงว๊ะ .. น้ำปัสสาวะ .. แหวะ .. ) กันให้เรียบร้อย พร้อมกันแล้วก็ออกเดินทางกันต่อ (ทำหยั่งกะไปเที่ยวกันแน่ะ .. เนอะๆๆๆ .. )

ที่หน้านี้ .. ในช่องหน้าต่างตรงกลาง ให้เลื่อนสกอร์ลบาร์ลงมาจนเจอ TCP / IP ซึ่งเป็นโปรโตคอลที่ใช้รับส่งข้อมูลบนอินเตอร์เน็ตที่เค้าใช้กันเป็นสากลโลก ที่ไม่มีใครใช้ภาษาอื่นๆ ในการสื่อสารกัน เพราะมันจะคุยกับคนอื่นอีกหลายพันล้านคนบนโลกนี้ไม่รู้เรื่องน่ะสิ .. 555+

เลือกที่โปรโตคอล TCP / IP เสร็จแล้ว ก็กดปุ่ม Properties (อีกแล้วเหรอเนี่ยะ) ได้เลยคร๊าบบบบ .. ^_^ ..

เอาล่ะเข้าสู่ช่วงสำคัญกันแล้ว .. โปรดอย่ากระพริบตา เพราะอาจพลาดช๊อดเด็ดไปได้ .. 555+ (นั่นแน๊ .. จ้องกันใหญ่เลยอ่ะดิ๊ .. ) ไม่มีอะไรมากหรอกครับ .. เขียนให้ตื่นเต้นไปหยั่งงั้นแหละ .. (พลั่ก .. โอ๊ยยย .. เพื่อนคนเดิมจากโพสที่แล้ว มันกระโดดถีบผมซ้ำอีก ฐานที่มาทำให้เพื่อนๆ บล็อคตื่นเต้นโดยไม่มีเหตุอันควร .. )

จริงๆ แล้วมันก็สำคัญน๊า .. ไอ่หน้าต่างต่อไปเนี่ยะ .. เพราะมันเป็นหน้าต่างของ TCP / IP Properties ที่เราต้องเข้าไปกำหนดค่าให้เครื่องคอมฯ ของเรามันวิ่งเข้าไปหาเครื่อง Name Server ที่เราระบุไว้ ไม่ใช่วิ่งเข้าไปตามที่พี่ทรูสั่งให้ไป เป็นการบอกให้เครื่องคอมฯ ของเราขัดขืนคำสั่ง ประท้วงไม่ยอมไปตามเส้นทางที่กำหนด ด้วยวิธีแบบอหิงสา ดื้อแพ่งอย่างสงบและไร้อาวุธหรือความรุนแรง พร้อมกับยื่นข้อเรียกร้องว่า พวกเราเป็นประชาธิปไตย เป็นเสียงส่วนใหญ่ของระบบ ต้องการจะไปที่เครื่อง Name Server ตัวที่ต้องการ โดยไม่ต้องการไปตามที่รัฐบาลทรูสั่งการโดยเด็ดขาด .. ไม่งั้นพวกกรูจะยิง nuke ไปเผาเครื่องเมิง .. เผาเลยครับพี่น้อง ผมรับผิดชอบเอง .. 555+

คนพูดได้เป็นอำมาตย์ไปแล้ว ส่วนเพื่อนร่วมรบตกกระป๋อง โดนเด้งออกไปสู้อยู่แต่เพียงเดียวดาย ทุรนทุรายอยู่ข้างถนนเช่นเดิม จะรอดคุกรอดตะรางได้หรือเปล่ายังไม่รู้เลย .. เอ้า .. ฮา .. กันล่ะเหว๋ย ..

ง่า .. วกมาเรื่องการเมืองได้ยังไงว๊ะนั่น .. กลับมามุดเข้าไปในเครื่องคอมฯ กันต่อดีกว่า ..  ย่อหน้าที่ผ่านมาช่างหาสาระไม่ได้เอาซะเลยจริงจริ๊งงง .. เฮ้อ ..

เอ้า .. ถึงไหนแล้วเนี่ย .. ลืมเลย ..

เอาล่ะในหน้าของ TCP / IP Properties ดูที่ด้านบนนะ .. ให้ทำงานอยู่ในแท็บ General แล้วให้เราลองมองมาที่ด้านล่างของหน้าต่างนี้ จะมีเรดิโอบ๊อกซ์ถูกเลือกอยู่ที่ Obtain DNS server address automatically ให้เราปลี่ยนไปเลือกอีกตัวเลือกหนึ่งก็คือให้เลือกที่ Use the following DNS server address: เพื่อที่เราจะได้ใส่ ip ของเครื่อง Name Server ที่เราต้องการได้ ซึ่งจะมีให้เราใส่ได้ 2 ค่า ..

ให้ใส่ทั้งสองช่องเลย .. ช่อง Preferred DNS server นี้จะเป็น ip ของเครื่อง Name Server ที่จะวิ่งเข้าไปหาก่อนเป็นอันดับแรก หากหาไม่เจอถึงจะว่าไปหาต่อที่ Alternate DNS server อีกทีนึง

เดิมทีค่านี้ ทางพี่ทรูแกก็จะส่งการตั้งค่าอัตโนมัติมาพร้อมกับการที่เรา connect เข้าไปสู่เครือข่ายของทรู โดยปกติจะใช้ 203.144.207.49 และ 203.144.207.29 และต่อมาเมื่อไม่นานนี้ ก็เกิดปัญหากับเครื่อง Name Server ทั้งสอง ไม่สามารถให้บริการแปลงข้อมูลชื่อให้เป็น ip ให้ถูกต้องได้

ดังนั้นเมื่อมีการเรียกหาเวบปลายทางโดยใช้ชื่อเวบไซต์ตามระบบ Domain Name เมื่อ URL ถูกส่งเข้ามา แต่เครื่อง Name Server ไม่สามารถแปลงให้เป็น ip ได้ ก็ไม่สามารถบอกทางให้ไปสู่จุดหมายได้อย่างถูกต้อง เลยแสดงผลกลับมาที่เครื่องเราโดยบอกว่า กรูม่ายรุ๊จัก URL ที่เมิงร้องขอว่ะ สงสัยโดเมนที่คุณเมิงเรียกหาอยู่นี้อาจจะยังไม่ได้ลงทะเบียนไว้ .. ยูสเซอร์อย่างเรา พออ่านเจอแบบนี้ก็เกิดอาการงงเป็นไก่ตาแตกยังไงล่ะคร๊าบบบ เมื่อก่อนกรูยังเข้าดูได้อยู่เลยนี่หว่า ..

งงงง งงงงงงงง งงงงงงงงงงงงงงงง .. ลองทายซิมี งอ งู กี่ตัว .. 555+ (มีโฆษณาคั่นรายการด้วยเว๊ยเฮ้ย ..)

ก็เลยพาให้เกิดการเขียนโพสนี้ขึ้นมาให้เพื่อนๆ บล็อคได้มานั่งอ่านกันอยู่ตรงนี้นี่แหละ

เอาล่ะ เราลองมาใส่ ip ใหม่ของเครื่อง Name Server ของพี่ทรูกันดูดีกว่านะ พี่ทรูแกก็เขี้ยวน่าดู กลัวคนจะย้ายไปใช้เครื่อง Name Server เครื่องใหม่กันเยอะหรือยังไงไม่ทราบ แอบทำงุบงิบๆ ไม่บอกใคร ไม่มีการแจ้งใดๆ เกี่ยวกับปัญหานี้เลย สงสัยอยากให้คนโทรเข้าไปหาคอลเซ็นเตอร์กันเยอะๆ แฮะ แต่ผมก็ไปได้ ip นี้มาจากการ search หาในอินเตอร์เน็ตนี่แหละ มีหลายๆ คนที่เค้าคงเจอปัญหาคล้ายๆ กันมาก่อนผม แล้วก็เอามาแบ่งปันกันไว้ ต้องขอบคุณหลายๆ ท่านที่เอามาแชร์กันนะครับ

ค่า ip ใหม่ของพี่ทรูที่ใช้งานได้ ณ ขณะนี้ก็คือ 203.144.207.72 และ 203.144.207 71

ค่าแรก 203.144.207.72 ใส่ที่ช่อง Preferred DNS server

ส่วนค่าถัดมา 203.144.207.71 ให้เอาไปใส่ที่ช่อง Alternate DNS server

จากนั้นก็กดปุ่ม OK ตอบตกลงเรื่อยๆ จนกลับออกมาสู่หน้า Desktop ก็เป็นอันสำเร็จเสร็จสิ้นครบถ้วนทุกกระบวนความ

 

หากแต่ใครต้องการใช้ ip สำหรับเครื่อง Name server สาธารณะของกูเกิ้ล ก็สามารถลองใช้ดูได้ที่ ip ดังนี้

Preferred DNS server : 8.8.8.8

Alternate DNS sever : 8.8.4.4

ถ้าหากว่าแบบรักพี่เสียดายน้อง ก็ใช้มันทั้งสองที่แบบผมเลยก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด (แบบว่าผมโลภมากอ่ะ .. 555+) จริงๆ แล้วมัน add เพิ่มได้อีกตั้งหลายต่อหลาย ip เลย ถ้าใครสนใจจะลองทำดู ก็กดปุ่ม Advanced นั่นแหละ แล้วไปที่แท็บ DNS จากนั้นก็เข้าไปใส่ค่า ip ที่ต้องการและก็กดปุ่ม add เข้าไปได้ตามใจ แถมยังสามารถจัดลำดับได้อีกด้วยนะจะบอกให้ ..

ทดลองใช้กันดูได้ .. ถ้าไม่ถูกใจจะเปลี่ยนกลับใช้ของพี่ทรูก็ไม่ยากเย็นแล้วนี่ครับ .. ในเมื่ออ่านมาจนถึงบรรทัดนี้แล้ว เรื่องแค่นี้กลายเป็นเรื่องหมูๆ ไปแล้วเนอะ .. ว่าไม๊ล่ะคร๊าบบบบ

 

เขียนเมื่อ : วันศุกร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ.2555 เวลา 22:08 น. GMT+7 THAILAND
ผู้เขียน : Tombass

แล้วก็ค้นพบว่า .. ปัญหาเกิดจาก ISP ..

ช่วงเดือนที่ผ่านมา ไม่ค่อยมีเวลาได้อัพบล็อคใดๆ เลย เพราะมีภารกิจสำคัญให้ทำหลายเรื่อง เวลาที่จะมาอัพบล็อคให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันก็น้อยลงไปด้วย กอรปกับเคยเข้ามาเพื่อเช็คดูว่าทั้งบล็อค ทั้งบอร์ดยังอยู่ดีมีสุขกันหรือเปล่า?

ก็ปรากฎว่า .. เฮ้ยยย .. รูปภาพในบล็อคมีกลับไม่ยอมแสดงตัวกันซะอย่างงั้น เช็คไปที่ URL ปลายทางของรูป ก็เข้าไม่ได้ พยายามเข้าไปที่หน้าเวบของ server ที่ฝากรูปไว้ ก็เข้าไม่ได้อีกเหมือนกัน กลับถูก redirect ไปหน้า parked domain ตลอดเลย

เอาล่ะสิ .. ทำยังไงดีหว่า?  .. นี่มานเกิดอรายขึ้นกับช๊านนนนน ..

ความที่เป็นแค่ user ธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ได้มี skill ด้านคอมฯ ที่ดีนัก ก็เลยสันนิษฐานจากหลักฐานและพยานแวดล้อมผู้เห็นเหตุการณ์แล้ว ปรากฎว่าน่าจะได้ข้อสรุปว่าเกิดจาก server ที่ฝากรูปมีปัญหา เพราะเวบอื่นก็ยังคงเข้าได้ตามปกติ ก็เลยคิดว่า .. ถ้าเป็นเช่นนี้ admin ของเวบคงทราบเรื่องแล้วและคงกำลังแก้ไขอยู่ วิธีที่ง่ายที่สุดที่จะทำได้ตอนนี้ก็คือ รอ ร๊อ รอ นั่นเอง 555+

ก็เลยเป็นสาเหตุสำคัญที่เห็นควรด้วยว่า เราควรจะหยุดกิจกรรมการอัพเดทบล็อค หรืออัพรูปใดๆ ทุกอย่าง จนกว่า server จะกลับมาใช้งานได้เป็นปกติ ก็เลยดูเหมือนว่าผมได้หายตัวไปจากบล็อคและเวบบอร์ดด้วย แต่เปล่าเลยครับ ไม่ได้ไปไหนหรอก ก็ยังคงติดตามสถานการณ์ของการแก้ไขอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่ได้อัพให้ได้เห็นกันแค่นั้น

จนมาถึงวันนี้ หลังจากเคลียร์งานส่วนใหญ่ไปได้เยอะแล้ว เลยพอจะมีเวลามาวิเคราะห์ปัญหานี้อย่างจริงจังซะที เพราะตั้งแต่รู้เรื่องจนถึงวันนี้ นี่ก็รอมานานกว่าครึ่งเดือนแล้ว ก็ยังไม่มีทีท่าว่าปัญหาจะถูกแก้ไขให้ลุล่วงไปเสียที ก็คิดว่าจะลองแก้ปัญหาเอง แบบสไตล์บ้านๆ นี่แหละ อย่างไรก็ไม่มีอะไรจะเสียไปกว่านี้อยู่แล้ว แก้ไม่ได้ก็ไม่เป็นไรเพราะยังไงก็ใช้ไม่ได้อยู่แล้ว ถ้าแก้ได้ก็โชคดีไป

จากความรู้แค่หางอึ่งเท่าที่พอจะมีติดตัวกับเค้าอยู่บ้าง ก็พอจะวิเคราะห์ปัญหาออกมาได้ว่า มันน่าจะเกิดได้อีกทางหนึ่งก็คือเรื่องของ DNS ที่ผมมองข้ามไปตั้งแต่ตอนแรก เพราะเชื่อมั่นในเสถียรภาพระบบของทรู (ตรูไปเชื่อมั่นได้ยังไงว๊ะเนี่ย?) แต่มาถึงตอนนี้คงต้องลองมาเช็คดูอีกทีแล้ว เพราะถ้าไม่ได้เกิดจากทาง server ฝากรูปที่ใช้ อีกทางที่จะเกิดขึ้นได้ก็เรื่องของ DNS นี่แหละ

ดูจากอาการที่เข้าเวบได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ส่วนเวบอื่นๆ ก็ยังเข้าได้เป็นปกติ บางเวบก็มีปัญหา บางเวลาอยู่ๆ ก็ใช้ได้ขึ้นมาซะอย่างงั้น  เอ๊ะ .. มันยังไงกันหว่า?  ไปเข้าที่สถาบันด้วยระบบอินเตอร์เน็ตของมหาวิทยาลัย ก็เข้าใช้งานได้ดีนี่นา แต่พอมาลองเข้าจากที่บ้านกลับใช้งานไม่ได้อีกซะแล้ว .. แบบนี้ .. ชัวร์เลยว่าต้องเป็นที่ระบบอินเตอร์เน็ตของเราแหงๆ

เอ๊ะ .. แต่ทำไมเวบอื่นๆ ก็ยังเข้าได้ล่ะ มีแค่บางเวบที่เข้าได้บ้าง ไม่ได้บ้าง อืมมมม .. อย่างนี้แล้ว .. ก็อาจจะเป็นไปได้ที่ Name Server ของ ISP จะมีปัญหาอยู่หรืออาจจะกำลังอัพเดท Name Server อยู่ก็เป็นได้ เลยเข้าไปหาข้อมูลในเวบไซต์ของทรูอินเตอร์เน็ต ก็ไม่มีการแจ้งว่าจะมีการอัพเดทใดๆ ทั้งสิ้น มีแต่การจะอัพเกรดเป็น IPv6 เพื่อทดแทนการขาดแคลน IP ของอินเตอร์เน็ตในปัจจุบันแค่นั้น

แต่เอ๊ะ .. นั่นก็อาจจะเป็นสาเหตุของปัญหาก็เป็นได้นะ .. เพราะเดิมทีระบบอินเตอร์เน็ตที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ยังใช้ IPv4 กันอยู่ เป็น IP แบบ 32 bit ที่ใกล้จะเต็มแล้ว เลยมีการสร้างระบบ IPv6 ขึ้นมารองรับ ซึ่งเป็น IP แบบ 128 bit ซึ่งจะมีปริมาณ IP ให้ใช้กันพอเพียงไปได้อีกนาน (แต่จะนานแค่ไหน ก็ยังไม่มีใครรู้)

อ้าว .. เดี๋ยวก่อนสิ .. แล้วไอ้เจ้า IPv4 กับ IPv6 มันต่างกันยังไงล่ะ?

ถ้าตอบแบบกำปั้นทุบดินไปตรงๆ เลยก็จะบอกว่า ก็ IPv6 มันก็มีปริมาณ IP ให้เราใช้ได้มากกว่า IPv4 น่ะสิ ไม่งั้นเค้าจะคิดกันขึ้นมาใหม่ทำไม .. ตอบแบบนี้ใครอยู่ใกล้ๆ ผม คงกระโดดถีบผมตกโต๊ะบัดเดี๋ยวนั้นแน่ๆ .. 555+

งั้นอธิบายแบบง่ายๆ ให้ชาวบ้านร้านช่องเข้าใจแบบไม่ต้องคิดลึกกันให้มากเรื่องมากความ ก็พอจะสรุปได้ว่า ..

ระบบ IP เดิมที่เราใช้กันมานานแสนนานแล้วเนี่ยะ เป็นระบบ IPv4 ที่มีโครงสร้างในการระบุตำแหน่งของเครื่องคอมพิวเตอร์บนอินเตอร์เน็ตเป็นแบบนี้ XXX.XXX.XXX.XXX เป็นตัวเลข 4 กลุ่มคั่นด้วย . (จุด) และแต่ละกลุ่มมีค่าตั้งแต่ 0-255 รวมทั้งสิ้น 256 ค่าซึ่งเท่ากับ 2^8 (2 ยกกำลัง 8) ดังนั้นเมื่อรวมกันทั้ง 4 กลุ่มแล้ว IPv4 จะมี IP ให้ใช้งานได้ถึง 2^32 หรือเท่ากับ 4,294,967,296 ค่า (อู้ววววส์ .. ตั้ง 4 พันกว่าล้าน IP ยังไม่พอใช้เลยอ่ะ) โดย IPv4 นั้นจะมีค่าได้ตั้งแต่ 0.0.0.0 จนถึง 255.255.255.255 ส่วนจะแบ่งเป็น class อะไรก็ช่างมันก่อนเหอะ

คราวนี้มาถึง IPv6 กันบ้าง ทางเทคนิคแล้ว IPv6 จะเป็น IP ในระบบ 128 bit มีจำนวน IP ให้เราสามารถเอาไปใช้งานได้ถึง 2^128 (2 ยกกำลัง 128 ซึ่งจะเท่ากับ .. เอ่อ .. เท่าไหร่ว๊ะ .. ลองไปกดเครื่องคิดเลขดูเอาแล้วกัน รู้แต่ว่ามันมากกว่าเดิมมากกกกกกกกกกกกกกก .. ก็แล้วกัน) โครงสร้างจะเป็นแบบนี้ ..

XXXX:XXXX:XXXX:XXXX:XXXX:XXXX:XXXX:XXXX คั่นด้วย : (โคลอน)

ไม่ต้องพูดกันมาก เพราะมันไม่สัมพันธ์กับโครงสร้าง IP แบบเดิมแน่นอน ดังนั้นจึงต้องมีการแปลง IPv4 ให้เป็น IPv6 โดยต้องอาศัยความสามารถของเจ้า Name Server นี่แหละ อย่างไรเสีย .. การเปลี่ยนระบบ IP นี้ในทางเทคนิคนั้น ปากก็บอกว่าไม่มีปัญหา .. No Problem .. แน่นอน แต่ในทางปฏิบัติมันไม่เป็นไปตามทฤษฎีเป๊ะๆ เช่นนั้นน่ะซี๊ เพราะอาจจะมีผลกระทบกับผู้ใช้งานส่วนหนึ่ง ซึ่งใช้ IP แบบเดิมที่ยังไม่ได้ถูกแปลงเป็น IP แบบใหม่

คราวนี้มาว่ากันจำเพาะเจาะจงลงไปที่ True Internet เลย เพราะเป็น ISP ที่ผมใช้บริการอยู่ ปัญหามันเกิดอยู่ที่ DNS ตัวเดิมที่ใช้กันมานาน (ip : 203.144.207.49 และ 203.144.207.29) มันไม่ยอมทำการแปลง IP ที่เราเรียกเข้าไป เลยไม่สามารถเข้าหน้าเวบปลายทางที่ต้องการได้ ต้องเรียกไปที่ DNS ตัวใหม่คือ 203.144.207.72 และ 203.144.207.71 แทนถึงจะใช้งานได้

อุเหม่ .. หลงไปโทษ server ที่ฝากรูปซะตั้งนานสองนาน .. ที่แท้ก็เกิดปัญหาที่พี่ทรูอินเตอร์เน็ตของเรานี่เอง .. เฮ้อ .. พี่ทรูเองก็ทำเงียบ ไม่แจ้ง .. ไม่บอก .. ไม่กล่าว .. ไม่อะไรทั้งสิ้น ปล่อยให้ยูสเซอร์อย่างผมนั่งมึนๆ ควานหาทางแก้เอาเองแบบนี้ มันจะดีเหรอค๊าบบบบเพ่ค๊าบบบบ ..

ส่วนค่า config ผมก็เลยตั้งเป็นแบบนี้ .. preferred DNS เป็น 203.144.207.72 นี่เป็นของทรูและ alternate DNS เป็น 8.8.8.8 อันนี้เป็นของกูเกิ้ล เผื่อถ้าของพี่ทรูเกิดเน่าขึ้นมาอีกจะได้ย้ายไปใช้อีกตัวหนึ่งเป็นทางเลือกได้ทันเวลา ส่วนวิธีการตั้งค่า DNS ก็คิดว่าทุกคนน่าจะทำเป็นกันอยู่แล้ว เลยไม่ขอเอามะพร้าวหาวมาขายสวนดีกว่า

แต่ถ้าใครไม่เคยทำก็ไม่เป็นไร เอาไว้โพสหน้าผมจะมาอธิบายขั้นตอนแบบบ้านๆ โดยละเอียดให้ทราบโดยทั่วกัน เพราะโพสนี้เริ่มยืดยาวเยิ่นเย้ออีกแล้ว เขียนบล็อคทีไร ยาวหลายหน้าทู๊กกกทีหนอเรา .. เฮ้อ ..

มีความสุข สนุกกับชีวิตทุกท่านนะคร๊าบบบบบ ..

 

เขียนเมื่อ : วันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ.2555 เวลา 20:40 น. GMT+7 THAILAND
ผู้เขียน : Tombass

หาเรื่องออกไปซื้อจนได้ .. ADATA – SDHC 16GB Class10

เมื่อวันเสาร์สัปดาห์ก่อนโน้น (10/6/2555) ไปรับเอแคลร์ที่โรงเรียน วันเดียวกับที่เขียนโพสเรื่องชุดเทกวันโดนั่นแหละ ไปเดินบิ๊กซี คุณย่าไปซื้อกับข้าว ระหว่างที่เดินไปเลือกรถเข็น ผ่านบูทขายโทรศัพท์มือถือ & กล้องดิจิตอลที่อยู่ใกล้ๆ กัน พลันหางตาก็เหลือบไปแว๊บนึง เห็นคร่าวๆ ว่า SD Card ยี่ห้อสีเขียวๆ อ๋อ Apacer ขนาดความจุ 8 GB ราคา 359 บาทเท่านั้น โอ๊ะๆ ไม่แพงเลย

เคยไปเดินดูที่โลตัส 8 GB Class 4 นี่อย่างต่ำๆ ก็มี 6-700 บาทนั่นแหละ ส่วนถ้ามีโปรโมชั่นเหลือ 3-400 บาทน่ะมีคนมาเหมาไปตั้งแต่วันแรกๆ แล้ว ไม่เคยไปทันซักที เฮ้อ ..

ก็เลยคิดว่าเดี๋ยวอีก 2-3 วันเนี่ยจะมาจัดการซื้อซักใบนึง เอาไว้ใส่น้อง D5000 ตัวโปรด เพราะคราวที่แล้วไปออกทริปที่ลาวใต้ 5 วัน มีแต่ใบเล็กๆ แบบ 2-4 GB มีอยู่ 6 ใบถ่ายแบบจัดเต็มครบทุกใบ ตั้งแต่ยังไม่จบทริป (ปกติผมจะถ่ายแบบ RAW+JPG Fine และขนาดใหญ่สุด เลยค่อนข้างจะเปลือง Storage ซักหน่อย แต่เราไม่ได้ไปบ่อยๆ นี่ครับ ไม่อยากพลาดช็อตสำคัญๆ RAW File มียืดหยุ่นกว่า JPEG เยอะนะครับ) เลยตัดสินใจจะไปเอามาซักใบไว้เผื่อเหลือเผื่อขาด แต่ก็คิดว่าลองไปดูที่โลตัสอีกทีน่า เผื่อมีจัดโปรฯ บ้าง แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะที่จัดโปรฯ เหลือแต่ shelf ว่างๆ อีกเช่นเคย

หลายๆ คนบอกว่า ยี่ห้อ Apacer จะไม่ค่อยดี เสถียรภาพของข้อมูลต่ำ โอกาสที่จะเสียกลางอากาศมีสูง เสี่ยงกับการสูญเสียงานที่ถ่ายไปก่อนหน้านี้อย่างมาก ความเร็วในการเขียน-อ่านและเข้าถึงข้อมูลไม่ค่อยดี ให้หลีกเลี่ยง แต่ของผมมีของ Apacer อยู่ 8 ใบ ยังไม่เคยเสียเลยซักใบเดียว การใช้งานโดยรวมไม่ได้เร็วมาก แต่ก็ไม่ช้าจนน่ารำคาญ (ผมไม่ได้ใช้งานวีดีโอนะ) ผมใช้ต่อกับ Card Reader ของ Elecom ไม่พบปัญหาในการเขียน-อ่านแต่อย่างใด ก่อนถอด-เสียบการ์ดผมจะปิดกล้องก่อนทุกครั้งและพยายามใช้งานผ่าน Card reader ทุกครั้งถ้าสามารถทำได้ บางคนอาจจะเจอปัญหาแต่กับผมยังไม่เคยเจอ จึงขอเห็นต่างครับ ของแบบนี้ลางเนื้อชอบลางยาอยู่แล้ว

กลับมาเรื่องของเราต่อดีกว่า ..

วันนี้ฤกษ์ดี ออกไปถอนเงินที่ธ.กรุงไทย สาขาการเคหะฯ แล้วเอาไปเปิดบัญชีออมทรัพย์มีแต่ได้ของธ.กรุงศรีฯ ที่เดอะมอลล์บางกะปิ เลยได้มีโอกาสไปเดินห้างเปิดหูเปิดตากับเค้าบ้าง จัดการธุระเสร็จก็เดินผ่านโซนไอทีตรงก่อนถึงประตูทางออกลานจอดรถชั้น 2 พอเห็นก็พลันนึกเรื่อง SD Card ขึ้นมาได้ เลยเดินเข้าไปดูๆ ราคาไว้เป็นข้อมูล

ก็ไปเจอกับเจ้า ADATA ตัวนี้ ตอนแรกก็ดูแบบ 8 GB เห็นราคา 390 บาท อืมมม .. ยังแพงกว่านิดหน่อย แต่เอ๊ะ .. นี่มัน Class 10 นี่หว่า เฮ่ย .. ไม่แพงแล้ว หันไปข้างๆ เจอเจ้าตัวนี้แหละ 16GB Class 10 เช่นกัน ราคา 690 บาท บวกลบคูณหารแล้วถูกกว่าซื้อ 8 GB 2 ใบเว๊ยยยย .. ประหยัดไปเกือบร้อยเลยนะ เลยจัดแบบ 16 GB มาลองใช้ดูก่อนซักใบ ลองดูว่าเสถียรภาพดีหรือเปล่า? การอ่าน-เขียนข้อมูลอยู่ในระดับที่พอใจไม๊? ถ้าใช้ได้ดีก็จะได้รีบไปจัดมาเก็บไว้ซัก 3-4 ใบ

ผมไม่ได้ทดสอบทางเทคนิคอะไรมากหรอก แหม .. เป็นแค่ยูสเซอร์ธรรมดาคนนึง ก็แค่ลองใช้งานเทียบความรู้สึกกับใบเดิมที่ใช้อยู่ ถ้าพอใจยี่ห้อนี้ก็ผ่าน ออกไปซื้อมาเพิ่มได้เลย ก็แค่อยากเขียนให้ดูหรูหราไปอย่างนั้นเองแหละ แหะๆๆ .. 555+

จบแล้วครับ .. ง่ายๆ หยั่งงี้แหละ .. บ๊ายบายจ้ะ ..

 

เขียนเมื่อ : วันศุกร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ.2555 เวลา 00:00 น. GMT+7 THAILAND
ผู้เขียน : Tombass

ไปซื้อมาแล้ว .. iPhone 4 Dock

วันนี้ไปเอารถเปอโยต์ของปู่เอแคลร์ที่ศูนย์แพทย์พัฒนา รถสตาร์ทไม่ติดเพราะแบตเตอรี่เสื่อมสภาพ เลยเอาสปอร์ตไรเดอร์ไปพ่วงแล้วเอารถกลับมาบ้าน รอให้ช่างเล็กร้านไดนาโมแถวบ้านเอาแบตลูกใหม่มาเปลี่ยนให้ ระหว่างนั้นก็พาปู่เอแคลร์ออกไปทำธุระที่ไปรษณีย์, ธนาคารออมสิน แล้วก็ธนาคารกรุงไทย  กลับมาส่งปู่เอแคลร์ที่บ้านแล้วก็เลยไปทำธุระต่อ

ตั้งใจจะออกไปเติมเงินเบอร์ฮัทช์ที่ร้านฮัทช์ บนเดอะมอลล์บางกะปิซักหน่อย เพราะวันใช้งานจะหมดในวันพรุ่งนี้แล้ว เงินมันเหลืออยู่ในเบอร์ฮัทช์ตั้ง 4 พันกว่า เคยไปเติมเงินที่ร้านฮัทช์แล้วน้องพนักงานบอกว่าถ้าเติม 300 บาทแล้วขอโปรโมชั่นเพิ่มวันได้อีก 60 วันจากเดิมได้ 30 วัน รวมเป็น 90 วัน


ลืมถ่ายรูปเก็บไว้ก่อน อดใจไม่ไหว แกะกล่องไปซะแล้ว / สัญลักษณ์รูปแอ๊ปเปิ้ลแหว่งๆ ที่ดังไปทั่วโลก

แต่ปรากฎว่าร้านฮัทช์หายไปแล้ว ตรงที่เคยอยู่ก็กลายเป็นร้านร้างไปแล้ว เลยคิดได้ว่าทรูมาเทคโอเวอร์กิจการของฮัทช์ไปแล้วนี่ ก็เลยลองลงไปถามที่ทรู พนักงานบอกว่าน้องๆ ที่ฮัทช์ย้ายลงมาทำงานรวมกันที่ทรูนี่แหละ เลยกดบัตรคิว รอประมาณ 5 นาทีก็เข้าไปที่เคาเตอร์ สอบถามได้ความว่า ให้เราโทรเข้าไปขอโปรโมชั่นที่หมายเลข 1128 แล้วค่อยเติมเงินให้ครบ 300 บาทภายใน 7 วันก็จะได้วันใช้งานเพิ่มอีก 60 วัน

ที่คอลเซ็นเตอร์ของฮัทช์บอกว่าโปรโมชั่นนี้มีให้ใช้กันจนถึงสิ้นปีนี้ ใครใช้ฮัทช์อยู่แล้วสนใจโปรนี้ก็ลองโทรไปได้ที่หมายเลย 1128 แล้วติดต่อเจ้าหน้าที่ได้เลย

มาเข้าเรื่องกันดีกว่า เรื่องมันเกิดขึ้นตอนที่ออกจากศุนย์ทรูนี่แหละ ด้วยความที่มัวเดินเล่นสะเปะสะปะไปทั่วห้าง จนขึ้นไปถึงชั้น 3 ผ่านไปตรงแถวที่โชว์สินค้า Studio Gadget เลยนึกได้ว่าเคยเห็นอยู่ว่าที่นี่มีร้าน iStudio อยู่แถวๆ ชั้น 3 นี่แหละเลยเดินผ่านไปดูของเล่นเฉยๆ ลองเข้าไปสอบถามเรื่องการอัพเกรดเฟิร์มแวร์ที่โปรแกรมไอจูนมันเตือนอยู่ทุกครั้งเวลาเปิดโปรแกรมเพื่อซิงค์ข้อมูล น้องพนักงานก็บอกว่าเครื่องแมคที่โชว์อยู่มันเป็นเครื่องเดโม เลยอดไปตามระเบียบ

อาจจะมีคนถามว่า แล้วทำไมถึงไม่อัพเกรดเฟิร์มแวร์ซะเองเลยล่ะ เพราะในไอจูนสามารถทำได้เองอยู่แล้ว เครื่องศูนย์ไทยไม่ได้ล็อคอยู่แล้ว ไม่ต้องเจล ดาวน์โหลดเอง อัพได้เองผ่านตัวโปรแกรมได้เลย

ผมลองแล้วครับ สั่งอัพเฟิร์มแวร์ผ่านโปรแกรมไอจูนนี่แหละ เพราะคิดว่ายังไงๆ ก็เป็นเครื่องศูนย์ไม่น่าจะมีปัญหา illegal ตรงไหน เน็ตที่บ้านก็ไฮสปีด เร็วปรู๊ดปร๊าด น่าจะผ่านได้แบบง่ายๆ

แต่มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นน่ะสิครับ

ดาวน์โหลดเสร็จเรียบร้อยดี สั่งอัพเกรดโดยทันที เริ่มทำงานไปได้โดยดีได้เพียงสักพักเดียว ขึ้น Error 10017 ถ้าจำโค้ดไม่ผิดนะ แล้วน้องไอ 4 ของผมก็นิ่งอยู่ที่หน้าแอ๊ปเปิ้ล ปิดเครื่องเปิดใหม่ก็กลับมาที่หน้าเหมือนเซฟโหมด แล้วมีข้อความบอกว่ามีความผิดพลาดในการอัพเฟิร์มแวร์ ให้ Restore อยู่ตลอด จะทำอะไรก็ไม่ได้ เซ็งโครต

เข้าไปหาข้อมูลวิธีแก้ไขในเน็ต เลยไปได้โปรแกรมสำหรับปลดล็อคเครื่องไอโฟนมาตัวนึง แล้วก็ได้เจ้าตัวนี้แหละ Kick น้องไอให้ออกจากหน้านั้นมาได้ น้องไอกลับมาทำงานตามปกติอีกครั้ง โดยที่ข้อมูลทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม เฮ้อ ..

อ้าวววว พาออกนอกเรื่องอีกแล้ว ด้วยเหตุนี้ด้วยความที่เป็นมือใหม่ เลยคิดว่าขอมอบหน้าที่อันทรงเกียรตินี้ให้กับผู้ชำนาญการจะดีกว่า เลยเป็นทาสวัฒนธรรมแอ๊ปเปิ้ลที่ดี โดยการซื้อแต่ของแท้ที่ถูกลิขสิทธิ์เท่านั้น เลือกไปเลือกมาก็เอาเจ้า iPhone 4 Dock นี่แหละว๊ะ น้องพนักงานก็ไม่รู้ราคาเหมือนกัน ต้องวิ่งไปเช็คที่แคชเชียร์ ได้ราคามาตรฐาน 1,090 บาทเป๊ะๆ เท่ากันทั่วโลก (หรือเปล่า?)

เลยเสียตังค์ไปซะ ได้ของเล่นชิ้นเล็กนิดเดียวมา 1 อัน แล้วมันใช้ทำอะไรได้บ้างน่ะเหรอ?

 
ดูแพ็คเกจของเค้าสิ ทั้งหน้า / หลัง ดูเรียบๆ ดีไม่ต้องลงทุนสูง แต่มีมูลค่าได้จากชื่อแบรนด์แอ๊ปเปิ้ลแท้ๆ เชียว

ประโยชน์อย่างแรกเลย ที่แน่ๆ ต้องใช้เป็นที่ชาร์จพลังงานให้น้องไอได้อย่างแน่นอน อย่างที่สอง ก็คือสามารถซิงค์น้องไอกับโปรแกรมไอจูนในคอมพิวเตอร์ของเราได้ อย่างที่สาม คือมีช่องไลน์เอ้าท์สำหรับเสียบสายสัญญาณเพื่อไปต่อลำโพงให้กระหึ่มได้ และข้อที่สี่ คือใช้วางน้องไอให้ตั้งได้สวยๆ บนโต๊ะทำงาน มองเห็นได้สะดวกเวลามีข้อความหรือสายเรียกเข้า นับข้อดีได้ 4 ข้อหลักๆ ก็จัดได้ว่าคุ้มค่ากับการเสียตังค์ในครั้งนี้แล้วล่ะ


ออกแบบในแคลิฟอร์เนีย แล้วก็มาจ้างจีนให้ผลิตให้ ส่งขายได้ทั่วโลก

 
ช่องเสียบน้องไอ / ช่องเสียบสายชาร์จ+สายสัญญาณ / ช่องกลมๆ นั่นเอาไว้เสียบคอนเน็คเตอร์สำหรับลำโพง

เอาล่ะ ชมกันพอหอมปากหอมคอแล้วกัน ส่วนเรื่องของความคงทนนั้น คิดว่าอุปกรณ์แต่ละชิ้นก็จะมีหน้าที่ของตัวเอง ถ้าไม่เอาใช้ให้ผิดวัตถุประสงค์คงไม่เสียง่ายๆ หรอกมั๊ง แล้วก็อีกอย่าง ถ้าสามารถทำได้โดยไม่เดือดร้อนก็ช่วยกันสนับสนุนสินค้าลิขสิทธิ์ด้วยเถอะครับ ทรัพย์สินทางปัญญาเหล่านี้ต้องทุ่มทุนคิดค้นเป็นเม็ดเงินมหาศาล เราควรช่วยกันสนับสนุนเพื่อที่เค้าจะได้มีเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้เราต่อไปในอนาคตอย่างยั่งยืน (มันเกี่ยวกับหัวข้อนี้ตรงไหนเนี่ยะ?)

เฮ้อ …

 

เขียนเมื่อ : วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ.2554 เวลา 22:55 น. GMT+7 THAILAND
ผู้เขียน : Tombass