ราชประสงค์


ขอบคุณภาพจาก http://www.springnews.co.th

สิ้นเสียงดังกัมปนาทราชประสงค์
หลายร่างร่วงหล่นลงระงมจ้า
มัจจุราชพรากคนรักให้จากลา
โดยไม่ทันรู้ตัวว่าต้องอาดูร

ด้วยศรัทธามหาพรหมสมใจนึก
มาระลึกนอบประนมบรมไอศูรย์
แต่คนชั่ววางระเบิดศาลฐากูร
หลายชีวิตดับสิ้นสูญมรณา

ที่สิบเจ็ดสิงหาฯ เวลาทุ่ม
๑๙ น.ไฟควันพลุ่งคละคลุ้งร่าง
ครวญโอดโอยเกลื่อนกล่นถนนกลาง-
ราชประสงค์ดั่งสงครามกลางใจไทย

น้ำตาหลั่งหลายชนชาติมาสูญเสีย
เพราะโจรเหี้-สนองแค้นมันควรไหม?
คนไม่รู้อิโหน่อิเหน่ต้องสิ้นใจ
ทั้งคนไทยแลทุกชาติร่วมประณาม

ไม่มีศาสดาไหนเคยพร่ำสอน
ให้เอาร้อนเทราดไปในเพลิงผลาญ
ไม่เคยสอนให้แก้แค้นในสันดาน
ไอ่โจรร้ายไร้ศาสน์สาส์นจากพระองค์

ขอบารมีองค์มหาพรหมบันดาลให้
ความสุขกลับคืนไปสู่ราชประสงค์
ขอเทวะปกป้องไทยทุกชั้นชน
ทั้งต่างชา-ติพันธุ์พ้นจากภัยพาล

 

ขอไว้อาลัยต่อผู้สูญเสียและครอบครัวในเหตุการณ์ระเบิดที่ราชประสงค์ ยังหวังให้ความสงบสุขปลอดภัยกลับคืนสู่ประเทศไทยโดยเร็ววัน และขอประณามผู้ก่อการและผู้ร่วมขบวนการในการทำร้ายประเทศชาติในครั้งนี้ ขอร่วมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่รัฐและภาคประชาสังคมทุกฝ่ายที่ได้ร่วมแรงร่วมใจในการให้เบาะแสเพื่อนำไปสู่การจับตัวผู้ต้องหาได้โดยเร็ว

ด้วยความอาลัยอย่างยิ่ง
– – –  นายเมษา  – – –
อังคาร 1 กันยายน 2558 เวลา 17:54 น.

Advertisements

รวมพลัง .. ดังพ่อขาน ..

corruption

อสุนีบาท ฟันฟาด ทรราชย์ชั่ว
เอาเลือดหัว ไอ้ตัวเดียด รังเกียจแสน
ละเลงทั่ว ทาแผ่นดิน ทุกถิ่นแดน
ให้สมแค้น จงวอดวาย อายทั้งวาร

ข้าราชการ ปฏิญาณ ทำงานให้ชาติ
ไอ้อุบาทก์ ไร้ศักดิ์ศรี มีแต่ผลาญ
ผิดวาจา กับพวกข้า ไม่เว้นวาน
ไอ้สันดาน ไม่สำนึก ระลึกตน

เรียกสินบาท คาดสินบน ยกตนข่มท่าน
คอรัปชั่น ฆ่าฟันใคร มึงไม่สน
หาญมาขวาง ผลประโยชน์ ของพวกตน
ต้องด่าวดิ้น ในบัดดล .. ไอ้ คนจัญไร

มึงทำผิด มึงก็รู้ อยู่เต็มอก
กรีดอ้อมอก แผ่นดินแม่ แลเห็นไหม?
แบ่งพรรคพวก แบ่งฝักฝ่าย แบ่งประเทศไทย
บรรพชน น้ำตาไหล เพราะพวกมึง

ได้เวลา พิพากษา ทรราชย์
อสุนีบาท ครื้นครั่น ฟันฟาดถึง
หมดเวลา พวกมึงแล้ว จงคำนึง
ความชั่วจึง ปรากฎเห็น เป็นพยาน

ขอคนไทย รวมใจ กันอีกครั้ง
จับมือกัน รวมพลัง ดังพ่อขาน
รับด้วยเกล้า สามัคคี ตลอดกาล
ประเทศไทย ก้าวข้ามผ่าน ประสานใจ

อสุนีบาท กวาดล้าง ทรราชย์
ความยุติธรรม ลงดาบ ปราบคนไหน-
ที่ไร้สำนึก ไร้คุณธรรม ประจำใจ
ให้วอดไป ชดใช้หนี้ แผ่นดินคืน

ฟ้าสีทอง ผ่องอำไพ ในวันพรุ่ง
เจริญรุ่ง เรืองรอง ทองทั่วผืน
ใต้ธงไทย สุขสดใส อย่างยั่งยืน
ร่วมพลิกฟื้น คืนความสุข ให้ประชาชน

 

— นายเมษา —
พุธ 6 พฤษภาคม 2558 เวลา 15:06 น.

21 ปีกับการจากไปของ “สืบ นาคะเสถียร”

 

ภาพของสืบ นาคะเสถียรกำลังพยายามช่วยกวางที่ว่ายน้ำข้ามทะเลสาบ ในภารกิจอพยพสัตว์ป่าตกค้างเหนือเขื่อนเชี่ยวหลานด้วยการพยายามปั๊มหัวใจบนเรือที่ลอยอยู่กลางน้ำแต่ไม่สามารถรั้งชีวิตกวางตัวนั้นเอาไว้ได้ น้ำตาของลูกผู้ชายที่ไหลออกมาจากแววตาแห่งความเจ็บปวดอัดอั้นและรู้สึกผิดหวังที่ไม่สามารถช่วยเหลืออีกชีวิตหนึ่งเอาไว้ได้

สายตาเศร้าๆ ที่อยู่ใต้แว่นใสๆ ที่เลนส์เปียกปอนเปื้อนน้ำอันนั้น ผมบรรยายออกมาไม่ถูกจริงๆ แต่ถ้าใครได้เห็นแววตาคู่นั้นจะเข้าใจถึงความรู้สึกของการสูญเสียและเจ็บปวดของเค้าได้อย่างชัดเจน ภาพของทุกคนในทีมที่รู้สึกเสร้าสลดอย่างเห็นได้ชัดเพียงแค่มองตากันแต่ไม่มีคำกล่าวใดๆ ทั้งสิ้นออกมาเพราะมันเหมือนมีก้อนเนื้อแห่งความเจ็บปวดอัดอั้นกั้นขวางลำคอจนมิอาจจะเปล่งสรรพเสียงใดออกมาได้นั่นเอง บรรยากาศเต็มไปด้วยความเศร้าสลด แม้แต่ทีมงานถ่ายทำยังรู้สึกได้และถ่ายทอดออกมาในบทบรรยาย ผมนั่งดูอยู่ยังต้องเสียน้ำตาให้เจ้ากวางตัวนั้นอย่างไม่อายใคร

ผมได้ดูเทปนี้ของรายการส่องโลกสมัยที่ออกอากาศช่วงสายๆ ทางช่อง 5 (ถ้าผมจำไม่ผิดนะ) ผมรู้สึกประทับใจในเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของผู้ชายคนนี้ที่พยายามจะช่วยเหลือทุกชีวิตที่ตกค้างในอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนเชี่ยวหลานหากไม่มีการดำเนินการใด น้ำจะท่วมพื้นที่นี้ทั้งหมดและสัตว์ที่ตกค้างอยู่การจะต้องเสียชีวิตทั้งหมดด้วย

ภารกิจครั้งนี้เรียกกันว่าเป็นภารกิจที่ล้มเหลวแม้ว่าทุกคนจะพยายามอย่างเต็มความสามารถโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยตลอดระยะเวลา 2 ปี 4 เดือนของภารกิจนี้ (มิ.ย.2528 – ก.ย.2530) แต่ก็ไม่อาจช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ตกค้างออกมาได้ทั้งหมดเพราะจากการสำรวจมีมากถึง 237 ชนิดและเป็นสัตว์ที่กำลังสูญพันธุ์ (ในสมัยนั้น) อีก 11 ชนิด เช่น กระซู่, เลียงผา ฯลฯ ซึ่งจากภารกิจการเข้าช่วยเหลือในครั้งนั้น ทำให้ได้รับรู้ว่าจริงๆ แล้วสัตว์ป่าที่ติดค้างอยู่ที่นั่นมีถึง 338 ชนิดทีเดียว

 

หลังจากนั้นไม่นาน (อีกประมาณ 3 ปี) ก็มีข่าวการสละชีวิตของคุณสืบ นาคะเสถียร เพื่อเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนได้หันมาให้ความสำคัญกับเรื่องการอนุรักษ์สัตว์ป่าและสิ่งแวดล้อมอย่างที่เราๆ ท่านๆ ได้รับทราบข่าวกันนั่นเอง

 

อืมมมม .. ผ่านมา 21 ปีแล้วหรือนี่

ขอร่วมรำลึกถึงวาระแห่งการครบรอบ 21 ปี การจากไปของ “สืบ นาคะเสถียร”วีรบุรุษแห่งป่าห้วยขาแข้ง

คนรุ่นใหม่ๆ นี่อาจจะไม่ได้รู้จักหรือมีความรู้สึกร่วมกับเรื่องของคุณสืบ เพียงแต่จะเข้าใจและรู้จักว่าคุณสืบคือใครสักคนที่เสียสละชีวิตเพื่อรักษาป่า ได้รับการบอกต่อๆ มาว่าเค้าเป็นวีรบุรุษแห่งป่าห้วยขาแข้งนะ

แต่ .. ก็ไม่เป็นไรหรอกเพราะสิ่งที่การสละชีวิตของคุณสืบได้ทิ้งไว้ให้คือจิตวิญญาณแห่งการอนุรักษ์ ซึ่งได้รับการยอมรับและซึมซาบฝังลึกลงไปอยู่ในใจของคนในสังคมนี้และวันนี้ไม่มีใครปฏิเสธว่าการอนุรักษ์สภาพแวดล้อมถือเป็นสิ่งสำคัญ เด็กทุกคนได้รับการปลูกฝังเรื่องของการอนุรักษ์จนเข้าไปอยู่ในความรู้สึกส่วนลึกกันแทบทุกคนอยู่แล้ว

 

ขอขอบคุณทุกภาพถ่ายที่ทำให้โพสนี้เสร็จสมบูรณ์
http://www.vcharkarn.com/varticle/39311
http://www.carabao.net/webboard/images_upload/carabao-seub25906.jpg
http://www.thaigoodview.com/node/8713
http://blog.eduzones.com/webter/52834
http://www.shutter-j.com/joewebboard/index.php?topic=3088.0
http://www.benjama31.com/board2/?infoboard=topic.1.639.1

 

เขียนเมื่อ : วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน พ.ศ.2554 เวลา 10:00 น. GMT+7 THAILAND
ผู้เขียน : Tombass

Curfew ต่ออีก .. จนถึงวันศุกร์ ..

วันนี้รัฐบาลประกาศ curfew ต่ออีก จากวันนี้ไปจนถึงวันศุกร์ คือเพิ่มอีก 4 วัน เออ .. ดี .. วันศุกร์ที่ 28 พฤษภาคมนี้ตรงกับวันพระใหญ่ (วันวิสาขบูชา) พอดี จะได้เริ่มต้นใหม่กับเรื่องราวดีๆ ที่ให้น้อมนำเอาศาสนามาช่วยยึดเหนี่ยวจิตใจ ช่วยขัดเกลาจิตใจที่หยาบกระด้างของคนไทยบางกลุ่มที่หลงลืมไป ให้กลับมาอ่อนโยนมีน้ำใจกับคนอื่นที่ต่างก็เป็นคนไทยเช่นเดียวกัน หวังว่ากลุ่มที่คอยจ้องจะก่อความเสียหายกับบ้านเมือง จะมีเสี้ยวหนึ่งในความคิดความรู้สึกที่เปิดช่องให้ศาสนาพุทธของชาวไทยได้เข้าไปก่อให้เกิดสติ ยับยั้งความคิดอกุศลอันเป็นอคติปิดกั้นความดีในใจ และพิจารณาถึงการกระที่ได้ทำไว้หรือคิดจะไปทำนั้น ว่าจะเสียหายแก่ชาติบ้านเมืองและประชาชนคนไทยผู้บริสุทธิ์สักเพียงใด และขอพรอันดีเลิศประเสริฐในทั่วหล้านี้ได้โปรดจงดลใจให้เขาเหล่านั้นได้ล้มเลิกและยุติการกระทำเช่นนั้นเพื่อเห็นแก่ประเทศชาติ

ขอพระคุ้มครองคนไทยทุกคนให้มีความสุข รอดพ้นจากภยันตรายต่างทั้งมวล .. สาธุ ..

 

เรื่องร้ายผ่านไป .. รอแค่แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ..

เริ่มตั้งแต่กลุ่ม นปช. เสื้อแดงเคลื่อนขบวนเข้ายึดพื้นที่บริเวณแยกราชประสงค์ เมื่อต้นเดือนเมษายน 2553 เป็นสาเหตุให้พวกเราได้รับแจ้งจากที่ทำงานให้หยุดงานตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน (ตรงกับวันคล้ายวันเกิดพอดีเลยวุ๊ย) ยาวไปทั้งเดือนเมษายนเลย แต่ให้เข้าไปรับ event พิเศษ 1 วันในวันที่ 28 เมษายนด้วย แล้วมีการทำความตกลงให้หยุดงานเพิ่มขึ้นอีก 1 เดือนโดยเริ่มตั้งแต่ 1-31 พฤษภาคม โดยไม่มีการจ่ายเงิน และให้เฝ้าติดตามสถานการณ์ต่อเนื่องเป็นระยะๆ


(ภาพโดย http://talk.mthai.com/user/giraf999)

ระหว่างนั้น ก็ได้แต่สวดมนต์ภาวนาให้เรื่องราวบ้าๆ นี่จบๆ ลงไป จะได้กลับทำงานกันซักที ตามข่าวเรื่องแผนปรองดองก็ดีใจว่า เอ้อ .. มันน่าจะลงเอยกันได้ล่ะคราวนี้ เพราะท่าทีแกนนำก็ดูจะเห็นด้วยและยอมรับแผนนี้ แต่พอมีคำสั่งของตัวพ่อจากต่างประเทศบอกไม่ยอมรับจะเลิกไม่ได้ แกนนำก็จัดให้ตามที่ขอพลิกลิ้นโดยพลัน เพิ่มข้ออ้างเพื่อต่อรองทันที ซึ่งเรื่องการพลิกลิ้นปรับเปลี่ยนข้อต่อรองนั้นเป็นมาตั้งแต่เริ่มต้นชุมนุมแล้ว เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา หาข้ออ้างโน่นอ้างนี่เฉไฉนอกเรื่องนอกประเด็น แถไปเรื่อยๆ เพื่อยื้อเวลาให้เกิดความสูญเสียกับประเทศชาติให้มากที่สุด เพราะข้อเรียกร้องที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ สังเกตจากเมื่อปีก่อนก็เหมือนกัน เป็นไม้หลักปักขี้เลนหาจุดยืนไม่ได้ อ้างแต่ขอแค่ยุบสภา พอรัฐบาลโอนอ่อนให้ก็รีบหาข้ออ้างเพื่อไม่ยอมยุติการชุมนุม เพียงเพราะตัวพ่อที่อยู่ต่างประเทศไม่ยอมเพราะถ้าเลิกง่ายๆ ที่ลงทุนไปตั้งเยอะแยะก็เสียเปล่าอ่ะดิ ห้ามเลิก(โว๊ย) .. แต่ถ้ามึงไม่ยอมเลิก พวกกูก็จะอดตายกันอยู่แล้ว(ว่ะ)


(ภาพโดย http://talk.mthai.com/user/giraf999)

แล้วสถานการณ์ก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น หลังจากรัฐบาลโดย ศอฉ. ได้กระชับกำลังเข้ากดดันกลุ่ม นปช. ในเวลา 05:45 น.ของวันพุธ ที่ 19 พฤษภาคม 2553 โดยเริ่มปฏิบัติการจุดแรกบริเวณแยกศาลาแดง โดยผ่านไปได้ด้วยดีเข้ายึดพื้นที่บริเวณสวนลุมพินีได้ และรุกคืบเข้าใกล้เวทีบริเวณแยกราชประสงค์ ระหว่างปฏิบัติการก็ได้รับการยิงโต้ตอบด้วยอาวุธสงครามร้ายแรงจากกลุ่มผู้ชุมนุมหัวรุนแรงติดอาวุธที่อยู่บรเวณพื้นที่โดยรอบสถานที่ชุมนุมอยู่ตลอดเวลา แต่ด้วยปฏิบัติการที่เป็นระบบทางยุทธวิธีอย่างมีระเบียบวินัยและอดทนอดกลั้นของเจ้าหน้าที่ ทำให้ปฏิบัติการกดดันเป็นผลสำเร็จ แกนนำหลักได้ประกาศยุติการชุมนุมด้วยจนมุมต่อเจ้าหน้าที่ และรีบเดินทางเข้ามอบตัวเพื่อรับทราบข้อกล่าวหากับตำรวจที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยทันที โดยที่มีแกนนำหัวรุนแรงบางคนที่หลบหนีไปตั้งแต่ก่อนประกาศยุติการชุมนุมเสียอีก


(ภาพจากมติชน ออนไลน์)

 
(ภาพจาก ทีวีไทย)

แล้วหลังจากนาทีนั้น ภาพเหตุการณ์เลวร้ายที่สุดสำหรับคนไทยทุกคนก็เริ่มขึ้น โดยกลุ่มผู้ชุมนุมหัวรุนแรงได้เริ่มก่อวินาศกรรมโดยการวางเพลิงเผาอาคารสถานที่หลายต่อหลายแห่งกระจายกันไปทั่วกรุงเทพฯ และรวมไปถึงต่างจังหวัดหลายๆ จังหวัดด้วย เพียงเพื่อสร้างความสูญเสียต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์อันเป็นคนส่วนใหญ่ให้มากที่สุด เพียงเพื่อบรรเทาความเคียดแค้นอาฆาตของตัวเองเท่านั้น พี่น้องประชาชนชาวไทยจะสูญเสียชีวิตหรือทรัพย์สินก็ช่างหัวมันปะไร ภาพเหตุการณ์ไฟบรรลัยกันต์พิโรธเผาผลาญทุกสิ่งทุกอย่าง ภาพควันดำล่องลอยไปทั่ว ภาพเถ้าถ่านเศษซากปรักหักพังจากการก่อวินาศกรรมยังคงติดตาตรึงใจ สะท้อนความเศร้าเสียใจของคนไทยทั้งประเทศ

 
(ภาพจาก Showded.com และ http://th.wikipedia.org/wiki/เซ็นทรัลเวิลด์)

หลังจากผ่านวันที่โหดร้ายมาแล้ว การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ในการเข้าตรวจสอบพื้นที่ต่างๆ ที่เคยใช้เป็นที่ชุมนุมในหลายพื้นที่ พบกับสิ่งที่น่าตกใจมากมายอย่างไม่น่าเชื่อว่าการชุมนุมแบบสงบ อหิงสาของเค้าจะมีการซ่องสุมกำลังคนและอาวุธยุทโธปกรณ์สงครามมากมายเป็นคลังแสงย่อยๆ กันเลยทีเดียว มีการซ่อนอาวุธมากมายไปทั่วบริเวณชุมนุมและใกล้เคียง โดยมีพวกหัวรุนแรงที่เรียกซะโก้หรูว่า “การ์ด นปช.” ที่อ้างว่าจัดตั้งเพื่อดูแลความปลอดภัยของผู้ชุมนุม ที่แท้ก็คอยเป็นกองกำลังผิดกฎหมายเพื่อควบคุมผู้ชุมนุมไม่ให้แตกแถวหรือหนีกลับบ้านนั่นแหละ และให้ทำหน้าที่ตรวจค้นและรุมทำร้ายผู้ที่ไม่ให้การสนับสนุนพวกตน มีอย่างที่ไหนไปตั้งด่านตรวจค้นรถของประชาชนทั่วไป พอไม่ให้ความร่วมมือก็กรูกันเข้ามารุมทำร้ายซะเพื่อความสะใจ มีกฎหมายฉบับไหนที่ให้อำนาจพวกเค้าขนาดนั้นหรือ? แล้วก็ยังมีการตระเตรียมการระเบิดรถยนต์ที่เรียกว่า “Car Bomb” ที่เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบเสียก่อน มิฉะนั้นคงมีความสูญเสียเพิ่มขึ้นมากมายกว่านี้  อันนี้ยังมีกลุ่มกองกำลังติดอาวุธที่ยังหลบหนีอยู่ กลุ่มพวกนี้เป็นอันตรายมากมายเพราะมีอาวุธครบมือพร้อมที่จะทำลายชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนทั่วไปตลอดเวลา อันเป็นสาเหตุให้รัฐบาลโดย ศอฉ. ต้องประกาศ CURFEW ในหลายพื้นที่เสี่ยงอันตรายเป็นเวลา 4 วันแล้วและต่อเนี่องไปอีก 2 วันข้างหน้านี้ด้วย


(ภาพจาก http://www.manager.co.th และ http://thaienews.blogspot.com/2010/04/m79.html)

แต่อย่างไรก็ตาม น้ำใจของคนไทยไม่เคยแห้งหายไปจากใจคนไทยทุกคน เห็นได้จากกลุ่มพลเมืองอาสาสมัคร เยาวชน กลุ่ม Social Network ต่างๆ คนไทยทั้งในและนอกพื้นที่ที่รวมกลุ่มกันเพื่อเข้าช่วยเจ้าหน้าที่ทำความสะอาด เก็บกวาดเศษซากแห่งความชิงชังที่กลุ่มผู้ชุมนุมหัวรุนแรงที่ไม่ประสงค์ดีได้ทิ้งความเสียหายที่กระทำต่อสาธารณสมบัติไว้โดยทั่วไปในบริเวณชุมนุมและพื้นที่ใกล้เคียง ภาพเศษซากที่คนไทยทุกคนเห็นแล้วน้ำตาไหลด้วยความเสียใจ ไม่น่าเชื่อเลยว่าคนไทยด้วยกันจะทำได้ขนาดนี้ ไม่คิดว่าคนไทยด้วยกันเผาบ้านเผาเมืองของตัวเอง แต่น้ำตาแห่งความปิติตื้นตันใจก็พรั่งพรูออกมาจากผู้ที่พบเห็นภาพคนไทยทุกหมู่เหล่า ทุกเพศทุกวัยไม่เว้นแม้เด็กตัวน้อยที่ออกมาช่วยกัน ร่วมแรงร่วมใจเข้าช่วยเจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานครในการทำความสะอาดบ้านเมืองเพื่อให้กลับสู่สภาพปกติโดยเร็วอีกครั้ง

 



 



(ภาพ "บิ๊กคลีนนิ่งเดย์" จาก http://www.posttoday.com)

นั่นน่าจะเป็นสัญญาณที่ดีที่เราคนไทยทุกคนจะยังเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ และที่สำคัญแสงสว่างแห่งความหวังนั้นคนไทยทั้งผองจะเป็นผู้ที่ร่วมมือกันจุดประกายสว่างนั้นขึ้นมาด้วยกันนั่นเอง หวังว่าอนาคตของประเทศต่อจากนี้ไป คนไทยจะยังจำบทเรียนครั้งนี้ไว้และตระหนักให้แน่ชัดว่าจะไม่ยอมให้เกิดเรื่องเลวร้ายแบบนี้ขึ้นอีกเป็นครั้งที่สอง

ว่าแต่ว่า วันที่ 1 เดือนหน้าพวกเราจะได้กลับไปทำงานหรือเปล่าเนี่ย? .. เฮ้อ .. ท้อใจจังว่ะ ..

“วันดี-เดย์ !!! : 19 พฤษภาคม 2553” .. จบซะที .. เฮ้อ ..

และแล้วการชุมนุมของคนเสื้อแดงที่แยกราชประสงค์ก็จบลงเสียที พร้อมกับการสังเวยการชุมนุมแบบความสงบ อหิงสาของพวกเค้าด้วย Central World, ไทยทีวีสีช่อง 3 อาคารมาลีนนท์, โรงภาพยนตร์ สยาม, Center One ย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ พร้อมกับการวางเพลิงเผาบ้านเผาเมืองอีกหลายจุด รวมไปถึงตามต่างจังหวัดทางภาคเหนือและอีสาน สร้างความเดือดเนื้อร้อนใจและความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวกรุงเทพฯ และจังหวัดต่างๆ ที่เป็นผู้บริสุทธิ์ มีการสั่งเผาบ้านเมือง สั่งยิงเจ้าหน้าที่พยาบาลและเจ้าหน้าที่กู้ภัย หน่วยดับเพลิง ผู้สื่อข่าว อาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัย กาชาดสากล ประชาชนทั่วไป รวมไปถึงผู้ชุมนุมเองด้วย ว่าไปแล้วก็เป็นการสั่งยิงไม่เลือกหน้า เพื่อความสูญเสียให้แก่บ้านเมืองให้มากที่สุด ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม จนรัฐบาลต้องประกาศ CURFEW ในพื้นที่เสี่ยงอันตรายในหลายๆ จังหวัด ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 ตั้งแต่เวลา 20:00 น. ถึง 06:00 น. และต่อเนื่องไปอีกในวันที่ 20-22 พฤษภาคม 2553 ตั้งแต่เวลา 21:00 น. ถึง 05:00 น. พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ทหาร สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ตำตวจ อาสามัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน และอีกหลายหน่วยงาน ออกตรวจตรา ตั้งด่านสกัดผู้ต้องสงสัย เพื่อเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดในทุกพื้นที่ และล่าสุดวันนี้ ได้ประกาศ CURFEW เพิ่มขึ้นอีก 2 วันในวันที่ 23-24 พฤษภาคม 2553 เวลา 23:00 น. ถึง 04:00 น. อีกด้วย


(ภาพจากมติชน ออนไลน์)

ส่วนการสั่งการเผาบ้านเผาเมืองนั้น ไม่ว่าใครเป็นคนสั่ง คนไทยทุกคนก็คงจะรู้เช่นเห็นชาติอยู่แล้วว่ากระกระทำเช่นนี้ คงไม่ใช่คนที่หวังดีต่อประเทศชาติบ้านเมืองแน่นอน อีกทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคการเมืองบางพรรค ที่พยายามดำเนินการตามใบสั่ง พยามยามออกมาทางหน้าจอโทรทัศน์เพื่อแก้ตัวไปต่างๆ นาๆ ว่าไม่เกี่ยวกับการชุมนุม ช่างกล้าที่จะออกมาพูดโดยเฉพาะ “สส.ดาราหน้าม่าน” ที่ออกมาเดินเกมฟ้องนี่โน่นนั่น ฟ้องพ่อ ฟ้องแม่ ฟ้องครู ฟ้องใครต่อใคร ลามไปถึงกับจะฟ้องคนนอกบ้าน อายเค้าไม๊? ทะเลาะกันเองแล้วยังจะเอาเรื่องในบ้านไปให้คนอื่นตัดสินให้ อยากจะขอความเห็นใจจากคนอื่น ถ้าไม่อยากเป็นคนไทยก็ออกไปอยู่นอกบ้าน ไปอยู่กับคนอื่นเลยดีกว่าไม๊? เหมือนที่บางคนเป็นอยู่ตอนนี้ไงล่ะ


(ภาพจากมติชน ออนไลน์)

แกนนำที่เข้ามอบตัวจากการจนมุม เอ๊ย .. การชุมนุม กำลังรอเข้ากระบวนการเพื่อคืนความยุติธรรมให้กับผู้บริสุทธิ์ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการชุมนุม แกนนำทั้งหมดคงปฏิเสธความรับผิดชอบเรื่องนี้ไม่ได้ เพราะเป็นผู้นำมวลชนเข้ามาชุมนุม เป็นผู้นำความเดือดร้อนเข้ามาสู่คนเมืองหลวง โดยอ้างสิทธิความชอบธรรมเพื่อเรียกร้องสิ่งที่ตัวเองต้องการ แต่จะริดรอนสิทธิของคนอื่นก็ช่างมัน คนอื่นต้องยอมพวกเค้าเพราะพวกเค้ามาเรียกร้องประชาธิปไตย เค้าเป็นคนส่วนใหญ่มีมวลชนเป็นล้านคน เป็นแดงทั้งแผ่นดิน ส่วนคนที่เหลืออีก 50-60 ล้านคนของประเทศเป็นคนส่วนน้อยจะต้องยอมเค้า (อืมมม .. ว่าแต่เมืองไทยมีพลเมืองเท่าไหร่กันน๊า?)


(ภาพจาก http://www.manager.co.th และ PDN)

ส่วนพวกแกนนำกลุ่มหัวรุนแรงอย่าง “นักร้องบ้าพลัง หน้าด้านไม่พอ” กับ “ดาราทหารฮอลีวู้ด อีสานบ้านเรา” ควงแขนกันหนีหัวซุกหัวซุนก่อนแกนนำที่เหลือประกาศยุติชุมนุมซะอีก นี่ล่ะหนาพอถึงเวลาต้องโชว์เดี่ยวก็กลัวลนลาน แต่เวลาออกโทรทัศน์ก็เบ่งกล้ามโชว์พลังกันน่าดู พ่นน้ำลายไปทั่วจอ ไม่เห็นว่าจะมีภาวะผู้นำซักคน ไม่ได้กล้ายอมรับกับผลกรรมที่ตัวเองก่อไว้ซักคน แล้วยังมีหน้ามาอ้างเรื่องกลัวไม่มีความปลอดภัย นึกถึงสิ่งที่ทำกับคนอื่นให้เค้าต้องเสียสิทธิเสรีภาพความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินบ้างหรือเปล่า? น่าจะรู้สึกสำนึกถึงความผิดที่กระทำบ้างก็ดีนะ จะได้บรรเทาบาปกรรมที่ทำต่อคนไทยทั้งชาติให้เบาบางลงได้บ้าง ส่วนนักฆ่าชุดดำที่คอยปฏิบัติการเยี่ยงกองโจรที่มีอาวุธสงครามครบมือ เพียบพร้อมด้วยยุทโธปกรณ์ที่ส่งกำลังสนับสนุนจากต่างชาติ คอยทำการก่อวินาศกรรมในจุดต่างๆ โดยมุ่งหวังให้ก่อความสูญเสียกับเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้บริสุทธิ์ทั่วไป


(ภาพจาก http://talk.mthai.com/topic/58546 และ http://padmultiply.multiply.com)

ส่วนอดีตคนไทย สัญชาติยุโรปใหม่ถอดด้าม กับวาทะอาฆาตแค้นต่อคนไทยทั้งชาติที่ว่า “ผมอยู่ไม่ได้ ใครก็อยู่ไม่ได้” แสดงถึงเจตนาร้ายต่อประเทศ จ้องจะทำลายบ้านเมืองของเรา กับคำประกาศของแกนนำคนหนึ่งที่บอกว่า “มึงยึด กูเผา .. เผาไปเลยครับพี่น้อง ใครจะจับมาจับผมนี่” นี่มันส่อให้เห็นเจตนาของผู้ที่พูดที่จะมีการเตรียมการกระทำสิ่งเลวร้ายต่อบ้านเมือง อันพึงที่จะพิจารณาเอาจากการกระทำการหลายอย่างที่ผ่านมาอันเป็นไปในแนวทางเดียวกัน ทั้งแกนนำบนเวทีบริเวณที่ชุมนุม พรรคการเมืองไร้จรรยาบรรณ ผู้ก่อความไม่สงบที่ใช้อาวุธ และการใช้สื่อโฆษณาชวนเชื่อทั้งโทรทัศน์และวิทยุชุมชน อีกทั้งการเดินเกมจากต่างประเทศโดยอดีตคนไทยที่ตั้งทนายฟ้องประเทศไทย

ทำให้เล็งเห็นไปถึงเป้าหมายของผู้ที่คิดการนี้ ที่ต้องการจะล้มล้างสถาบันอันเป็นที่รักของปวงชนชาวไทย ไม่ว่าความคิดและการกระทำแบบนี้จะเกิดขึ้นเมื่อใด เราคนไทยทุกคนจะยอมพลีชีพเพื่อปกป้องรักษาพ่อหลวงของเรา ใครที่คิดมาล้มล้างหรือทำร้าย จะต้องถูกเพลิงนรกเผาผลาญมันและครอบครัวให้ชิบหายวายวอดไม่ได้ผุดได้เกิด จิตใจทำด้วยอะไรหนอ? ทำร้ายได้แม้แต่แผ่นดินที่มันเกิด ทำร้ายได้แม้แต่พ่อที่เป็นที่รัก


(ภาพจากเนชั่น กรุ๊ป)

หลังจากนี้ ก็ได้แต่หวังว่าสถานการณ์เลวร้ายต่างๆ จะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น เราคนไทยทุกคนต้องร่วมแรงร่วมใจกันเพื่อคืนความสดชื่น ร่มเย็นกลับมาสู่ประเทศไทยของเรา ช่วยกันเก็บกวาดเช็ดถู และแก้ไขในในสิ่งที่ได้ทำผิดพลาดมหันต์อันเป็นบทเรียนราคาแพงในใจคนไทยครั้งนี้ ให้ผ่านพ้นไปด้วยดี คนไทยยังคงมีน้ำใจ รู้รักสามัคคี เพื่อก้าวผ่านความเจ็บปวดที่เกาะกุมในหัวใจ เราคนไทยจะจดจำบทเรียนครั้งนี้และจะไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำสอง เราจะกลับมาร่วมกันร้องเพลงชาติไทย ให้ดังกระหึ่มไปทั่วโลก และประกาศให้รู้ทั่วพื้นปฐพีนี้ว่า จะไม่มีทางที่ใครจะมาแบ่งแยกความเป็นพี่น้องร่วมชาติของเราได้อีกต่อไป

เราคนไทยทุกคนจะกลับมา พร้อมกับรอยยิ้มสยาม ที่กว้างกว่าเดิม

“คนไทยรักในหลวง คนไทยรักชาติ”

 

เขียนเมื่อ : วันอาทิตย์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ.2553 เวลา 17:50 น. GMT+7 ประเทศไทย
ผู้เขียน : Tombass

สงคราม สงกรานต์เลือด .. เหมือนปีที่แล้วเลย ..

และแล้วการแก้ปัญหาก็ไม่สามารถหาทางออกได้ เข้าสู่ภาวะสุญญากาศ เจอทางตันในการเจรจา สุดท้ายก็เกิดการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ทหารและกลุ่มผู้ชุมนุมจนได้ เริ่มตั้งแต่บ่าย ดำเนินไปจนถึงกลางดึกของคืนวันนั้น ความสูญเสียที่เกิดขึ้นทั้งเจ้าหน้าที่และผู้ชุมนุม มันไม่อาจประเมิณเป็นมูลค่าทางการเงินได้ แต่มันกระทบกระเทือนจิตใจและความรู้สึกของคนที่เฝ้าติดตามสถานการณ์อยู่ คนไทยต้องเข้าโรมรันกันเอง อยากรู้นักว่าที่เกิดเรื่องอย่างนี้ ทำไปเพื่อใคร คนไทยคนไหนหรือที่จะได้ประโยชน์จากผลการกระทำที่เกิดขึ้นในวันนี้

ในวันที่คนไทยเราน่าจะกลับบ้านไปรดน้ำดำหัวพ่อแก่แม่เฒ่า บุพการีที่เฝ้าฟูมฟักเลี้ยงดูเราจนเติบใหญ่ แต่วันนี้ท่านเหล่านั้นกลับต้องนั่งรอลูกหลานอย่างกระวนกระวาย ไม่รู้ชะตากรรมจะเป็นเช่นไร จะได้เจอกันอีกไหม? ผู้ที่เสียชีวิตทั้งเจ้าหน้าที่และผู้ชุมนุม คนเหล่านั้นน่าจะได้กลับไปพบเจอญาติของเค้าในวันแห่งความสุขของคนไทย แต่ต้องกลับไปเจอญาติในสภาพที่ไร้ซึ่งลมหายใจในวันแห่งความเศร้าแทนอย่างนั้นหรือ?

คงไม่ต้องเรียกหาความรับผิดชอบจากฝ่ายไหนหรอก เพราะเรื่องนี้อย่าไปโทษใครเลยนอกจากตัวท่านเองที่นำผู้ชุมนุมเข้ามาสู่สถานการณ์เสี่ยงอันตราย หรือตัวท่านเองที่สั่งให้เจ้าหน้าที่ออกปฏิบัติงาน ไม่มีใครหรอกที่อยากปะทะกันเอง ท่านคงต้องมีบาปฝังในใจท่านตราบเท่าที่ท่านยังมีลมหายใจ เพราะครั้งหนึ่งท่านได้ทำให้ผู้คนจำนวนหนึ่งต้องตายไปต่อหน้าต่อตา

ฝ่ายผู้ชุมนุมโดยเฉพาะแกนนำทั้งหลายลองทบทวนการกระทำของท่านดูซักหน่อยไหม?

รัฐบาลก็เช่นกัน ลองหันมาทบทวนทิศทางและแนวทางปฏิบัติอีกซักครั้งดีหรือไม่?

ข้อเรียกร้องที่ไม่มีการลดราวาศอก มันคงปฏิบัติไม่ได้จริง และ การอะลุ่มอล่วยและความชัดเจนในแนวทางปฏิบัติย่อมจะทำให้การเจรจาผ่านวัตถุประสงค์ไปได้ด้วยความพึงพอใจทั้งสองฝ่าย หากทว่าต้องได้ตามที่เรียกร้องทุกประการ นั่นคงไม่ใช่การเจรจาเพื่อหาทางออกในการแก้ปัญหา ทุกอย่างต้องมีจุดลงตัวที่พึงต้องยอมรับทั้งสองฝ่าย นั่นถึงจะเรียกว่าเจรจา เมื่อได้ข้อสรุปแล้วก็ต้องยอมรับข้อตกลงที่ได้ทำไว้ซึ่งกันและกัน และต้องเคารพกติกาที่ตกลงกันตั้งขึ้นและยอมรับทั้งสองฝ่าย โดยไม่ละเมิดข้อตกลงอันมีต่อกัน

ว่าแต่ว่า .. ทั้งหมดที่ว่ามาเนี่ยะ .. ท่านจะสามารถทำกันได้หรือ? พนันกันไม๊ล่ะ ว่าพวกท่านทำกันไม่ได้หรอก?
อืมมมม .. ก็ยังนึกไปถึงปัญหาเด็กช่างกลที่ตีกัน .. ดูๆ ไปแล้วมันไม่ได้ต่างจากพวกท่านกันเลยนะ .. ว่าไม๊?