ถูกชนท้ายอีกแล้ว .. เบื่อคนประมาท .. ชาวบ้านเค้าเดือดร้อน .. (เมิง)จะรู้(สึก)บ้างไม๊เนี่ย?

เกิดเรื่องอีกจนได้ เบื่อไอ้คนขับรถที่ชอบคึกคะนอง ประมาทเป็นอาจิณ แล้วก็มาสร้างความเดือดร้อนให้กับคนอื่นที่ใช้ถนนร่วมกับคนพวกนี้ ไม่เห็นมีบทลงโทษอะไรเลย ไม่มีจับ ไม่มีปรับ ไม่มีคาดโทษอะไรทั้งสิ้น เจ้าหน้าที่ก็ได้แต่มาบอกว่า “ตกลงกันได้ใช่ไม๊? ขยับรถเข้าข้างทางด้วย รถติดแล้ว” .. แล้วก็ขับจากไปเฉยๆ แค่นั้นจริงๆ ไม่เห็นจะทำอะไรไอ้คนที่มันก่อเหตุซักนิด มันก็ยังนั่งทำเฉยไม่รู้ไม่ชี้ สบายใจเฉิบรอประกันมาเคลียร์ ไม่ถูกปรับฐานขับรถประมาทด้วยซ้ำ อย่างนี้แล้วใครมีจะไปยำเกรงกฎหมายกันล่ะ

ยังไม่นับที่ทำให้คนอื่นเสียเวลา เพิ่มค่าใช้จ่ายจากการที่ไม่สามารถใช้รถได้เพราะต้องเอาเข้าไปซ่อม ใช้เวลาก็ร่วมๆ เดือน ไม่ต้องมีใครมารับผิดชอบค่าใช้จ่ายตรงส่วนนี้เลย ไอ้คนก่อเหตุก็ไม่จ่าย เพราะไม่มีบันทึกประจำวันอะไรทั้งนั้น ประกันก็ดึงดันยึกยักไม่จ่ายให้อ้างว่าไม่เกี่ยวกับการชน แต่มันเป็นผลจากการชนนะเว๊ย ก็ให้ไปเรียกร้องจากคู่กรณีเอาเอง

อืมมมม ฟังๆ แล้วมันดูยุติธรรมแบบแปลกๆ นะ

เหตุมันเกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม 2556 หลังจากไปสอบวิชาภาษาอังกฤษ 3 (ENG2001) ที่รามฯ 2 เสร็จเรียบร้อย ก็ขับรถออกมาตามเส้นทางกำลังจะกลับบ้าน ขับตามกันมาอยู่ดีๆ รถติดอยู่ก็จอดรอต่อๆ กันตามปกติ อยู่ดีๆ ไอ้คนประมาทมันไม่รู้จะรีบไปไหนกันนักหนา รถข้างหน้ากำลังจอดติดกันอยู่นะ ก็ยังขับมาซะเร็ว โครม .. ไม่ได้ยินแม้แต่เสียงเบรคซักนิด ชนท้ายแท็กซี่ที่อยู่หลังรถผม กระเด็นมาชนท้ายรถผมอีกทีอย่างแรง เอ้า .. ยังไงกันล่ะเนี่ย ..?

ไอ้คนขับเดินลงมายืนดูหน้าตาเฉยเมย โทรศัพท์เรียกประกันมาเคลียร์ ไม่รู้สึกสำนึกกับการกระทำของตัวเองซักนิด ว่าความคึกคะนองขับรถโดยประมาทของมัน สร้างความเดือดร้อนต่อเนื่องให้ผู้ร่วมใช้ถนนกับมัน ที่ต้องได้รับความลำบากไปอีกนับเดือน มันจะรู้บ้างไม๊?

ทำไมถึงไม่มีการจัดการเรื่องแบบนี้ให้เด็ดขาด ทำยังไงก็ได้ให้ไอ้คนเหล่านี้มันได้รู้สึกว่า ต้องยำเกรงกฎหมายซะบ้าง จะจับ จะปรับหนักๆ หรือจะนอนคุกซักเดือน หรือจะทั้งหมดนั่นก็ได้ ให้มันได้หลาบจำซะบ้าง จะได้รู้สึกสำนึกว่าคราวหน้าเวลาอยู่หลังพวงมาลัยไม่ต้องมาโชว์ห้าว เก่ง เทพ โชว์เกรียนกันบนท้องถนนให้คนอื่นเค้าเดือดร้อนแบบนี้

ติดคุกไปซะบ้างก็ดี แล้วกลุ่มพิทักษ์สิทธิฯ ทั้งหลายก็อย่ามาอ้างว่าไปริดรอนสิทธิของเค้านะ เพราะตอนที่มันก่อเหตุ ไม่เห็นมันจะคิดระมัดระวังว่าการกระทำโดยประมาทของมัน จะไปกระทบหรือริดรอนสิทธิของผู้อื่นในสังคมบ้างเลยนี่หว่า เพราะถ้ามันคิด มันคงไม่คึกคะนอง โชว์ความประมาทจะเกิดเรื่องกันหรอก


ตัวต้นเหตุ .. คนในรูปไม่ได้ขับนะ เด็กคนงานเป็นคนขับ .. / แท็กซี่ที่จอดต่อท้ายรถผมอยู่ ..  / สุดท้ายก็รถผมเอง .. เห็นแล้วเพลียใจ ..

กลับมาเขียนบล็อคคราวนี้ เริ่มด้วยเรื่องแย่ๆ ของคนนิสัยไม่ดี ที่มีอยู่เป็นจำนวนไม่น้อยในสังคมนี้แล้ว ผมเจอเรื่องแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว ก็ไม่เห็นว่าจะมีการกวดขัน บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกันซักที ทำคัทเอ้าท์ตั้งโชว์ไว้ตามสี่แยกหลายแห่ง แต่ก็ไม่เห็นจัดการอะไรให้ได้เรื่องได้ราว เอาแต่สร้างภาพไปวันๆ เหมือนคนใหญ่คนโตในประเทศ

หรือว่า ถ้าหัวเป็นอย่างไร หางก็ทำอย่างนั้น แล้วประชาชนคนตัวเล็กๆ ตาดำๆ ในสังคมที่เค้ายังเคารพยำเกรงในกฎหมาย จะให้ใครมาช่วยปกป้องกันล่ะครับ ในเมื่อกฎหมายที่เค้าเคารพนั้น ยังไม่สามารถช่วยปกป้องสิทธิของพวกเค้าเหล่านั้นได้เลยแม้แต่น้อย

มีคนกล่าวอย่างติดตลกว่า ..

“เดี๋ยวนี้ประเทศไทยอยู่ยากขึ้นทุกวัน ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินแทบจะไม่เหลืออยู่แล้ว เพราะฉะนั้น (เมิง) อย่าไปถามหาเล๊ยยย .. ความยุติธรรมในประเทศไทยน่ะ มันไม่มีอยู่จริงหร๊อกกกก ..”

ผมฟังแล้วเจ็บจิ๊ดขึ้นมาในใจ ไม่รู้สึกตลกด้วยเลย ผมมองไม่เห็นอนาคตของลูกหลานไทยรุ่นต่อไปเลยซักนิด ขอไว้อาลัยให้กับประชาชนคนไทยที่เคารพกฎหมาย ..

 

เขียนเมื่อ : วันพุธที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ.2556 เวลา 17:34 น. GMT+7 THAILAND
ผู้เขียน : Tombass

Advertisements

20130508 ไปถ่ายรูปเล่นที่ตลาดน้ำขวัญ-เรียมและคริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ (CDC)

Kwan-Rium-floating-market_DSC_1857

ย้อนรอยสักหน่อย หลังจากไม่ได้เขียนบล็อคมาเนิ่นนานขนาดที่ว่าปีที่แล้วเขียนแบบจริงจังไปแค่เรื่องเดียวเองมั๊ง(เพราะมัวแต่หันไปอัพแต่เฟซบุ๊คแทนอยู่ช่วงนึง) เห็นว่าวันนี้คงถึงเวลาอันสมควรแล้วที่จะกลับมาไล่เขียนบล็อคเก็บเรื่องราวในช่วงสองปีที่พ้นผ่านมาเรียงร้อยถ้อยแถลงจัดแจงแต่งตบให้เป็นเรื่องเป็นราวกันเสียทีก่อนความทรงจำสีจางๆ จะลบเลือนหายไปจากรอยหยักอันน้อยนิดในสมองกลวงๆ ของผม ขอจงอย่าให้ความขี้เกียจมาเกาะกุมจิตใจอีกเล๊ยยยย (ฮ่าๆๆ ..)

จำได้ว่าช่วงนั้นกำลังตามถ่ายภาพหลายที่เพื่อเก็บรูปมาทำเป็นชิ้นงานส่งอาจารย์ในวิชาถ่ายรูป 2 ตัวที่เรียนอยู่ในตอนนั้น กับกลุ่มน้องๆ ที่เรียนด้วยกันประมาณ 5-6 คน หากมีเวลาว่างเมื่อใดก็เป็นต้องรีบๆ หาเรื่องพากันออกไปหาสถานที่สวยๆ ถ่ายรูปกันทุกที ไม่ใช่อะไรหรอก เรื่องงานส่งอาจารย์น่ะเป็นผลพลอยได้แต่เป้าหมายจริงๆ ก็คือหาข้ออ้างกับตัวเองในการออกไปเที่ยวต่างหากล่ะ

หลังจากเรียนกันเสร็จเรียบร้อยในช่วงเช้า บ่ายวันนี้ก็พอจะมีเวลาว่างพร้อมๆ กันอยู่ 2-3 คนจึงเป็นฤกษ์ดีในการออกเตร็ดเตร่หาอะไรเที่ยว หาอะไรกินเพื่อช่วยบรรเทาความร้อนในยามบ่ายที่แสงแดดกำลังระอุให้ผ่อนคลายลงบ้างสักหน่อย

จากคำกล่าวขานร่ำลือในสังคมออนไลน์ถึงตลาดน้ำน้องใหม่ที่ถูกจัดสร้างขึ้นเพื่อรองรับกระแสการท่องเที่ยวย้อนยุค(สำหรับคนยุคนี้) กับตลาดน้ำชื่อดังแห่งทุ่งบางกะปินี่ก็คือ “ตลาดน้ำขวัญ-เรียม” นั่นเอง จากภาพที่เหล่าบรรดาเซเลปชื่อดังและบล็อกเกอร์สายรีวิวกิน-เที่ยวที่พากันโพสภาพสวยผ่านอินสตาแกรมหรือผ่านบล็อคของตัวเอง จนคนอ่านต่างพากันแห่ไปเที่ยวกันจนตลาดแตกในทุกวันหยุดสุดสัปดาห์กันเลยทีเดียว

แต่วันนี้ที่เราไปมันเป็นช่วงบ่ายของวันทำงานปกติ เราสามคนมุ่งหน้าออกจากจุดรวมพลของเราที่อาคารนครชุมของคณะศีกษาศาสตร์ในม.รามคำแหง ไปตามถนนรามคำแหงมุ่งหน้าแยกลำสาลี ขึ้นสะพานข้ามแยกมุ่งหน้าตรงไปเรื่อยๆ ผ่านแยกตัดถนนวงแหวนตะวันออกไปอีกไม่ไกลก็จะถึงทางเข้าวัด ถ้าเลยไปจนถึงแยกก็เลี้ยวซ้าย ขับตรงไปเจอสามแยกก็เลี้ยวซ้ายอีกที ตรงไปอีกนิดเดียวก็ถึงทางเข้าวัดจากอีกด้านหนึ่งซึ่งเข้าไปที่ตลาดน้ำได้เช่นกัน วันนี้ชาวบ้านพ่อค้าแม่ค้าไม่ได้นำของมาขาย ตลาดก็ไม่ได้เปิดในวันนี้เสียด้วย เราเลยได้แต่เดินชมบรรยากาศอย่างเดียว จะมีก็แค่ซุ้มเล็กๆ ที่เปิดจำหน่ายน้ำและพวกขนมขบเคี้ยวให้ซื้อไปนั่งกินเล่นที่ศาลาริมน้ำได้บ้าง

ก็นับว่าไม่เสียเที่ยวเพราะเราสามารถเลือกมุมที่ต้องการถ่ายรูปได้ตามต้องการ โดยไม่ต้องพะวงว่าจะต้องขยับมุมกล้องเพื่อหลบหัวดำๆ ของผู้คนจำนวนมหาศาลในวันที่ติดตลาด ข้ามสะพานไปอีกฝั่งหนึ่งก็จะมีศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ให้ได้สักการะ ซึ่งบริเวณหน้าศาลติดริมน้ำกคงจะเป็นท่าเรือที่ให้บริการล่องเรือชมวิวในคลองแสนแสบ ด้านขวาก็มีร้านค้าเปิดขายของกินของใช้อยู่บ้างประปราย แต่ถ้าในวันที่ติดตลาดร้านค้าน่าจะคึกคักกว่านี้มาก

หลังจากชมบรรยากาศของตลาดในยามที่เงียบสงบจนพอใจ ก็พากันออกเดินทางสู่ CDC หรือคริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ ที่อยู่บริเวณถนนเลียบทางด่วน เป็นคอมมูนิตี้มอลล์แห่งใหม่ใหญ่ยักษ์ที่เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในย่านเลียบทางด่วน รูปแบบอาคารแนวโมเดิร์น มีมุมสวยๆ ให้ถ่ายภาพกันมากมาย ร้านค้าหลากหลายมีให้เลือกดื่มกินกันตามอัธยาศัย ที่จอดรถรองรับได้เป็นร้อยๆ คันแต่ก็แอบร้อนไปนิดนึงนะ

เดี๋ยวผมปล่อยให้ภาพเล่าเรื่องก็แล้วกันนะ เพราะผมเองก็เริ่มจะลืมๆ ไปบ้างแล้ว ที่สำคัญต้องขอขอบคุณที่ติดตามอ่านกันจนถึงบรรทัดนี้ครับ

คลิ๊กที่นี่เพื่อไปชมภาพทั้งหมดครับ

 

เขียนโดย : Tombass
เขียนเมื่อ : วันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม 2558 เวลา 20:05 น.