เมื่อลูกรักร่วงลงพื้น .. !?#%$!?

รู้สึกเจ็บแปล๊บ แต่พูดไม่ออกเมื่อเห็นลูกรักกระเด็นจากเตียง ลอยละลิ่วร่วงลงกระทบพื้นต่อหน้าต่อตา ทั้งๆ ที่เอาไว้อยู่กลางเตียงแล้ว เราเองน่ะระมัดระวังทนุถนอมเป็นอย่างดีแล้ว แต่คนอื่นนี่สิไม่รู้จักระวัง ไม่ใช่ที่จะมาเก็บกระเป๋าบนเตียงคนอื่น ที่อื่นบนพื้นมีที่ตั้งเยอะแยะ กล้องก็ตัวใหญ่โตวางอยู่กับกระเป๋ากล้องใบเขื่องและโทรศัพท์มือถือของผมอยู่ด้วยกันอีกต่างหาก จะว่ามองไม่เห็นก็ไม่น่าจะใช่ เห็นว่าเป็นหลานกันแล้วก็ยังเป็นเด็กอยู่ด้วย กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ถือว่าฟาดเคราะห์ไป ถ้ามันเสียหายหนักกว่านี้ล่ะแย่เลย เลยได้แต่นั่งลูบๆ คลำๆ พลิกซ้ายพลิกขวาดูว่ามีรอยบุบสลายตรงไหนอีกบ้างไม๊?

ถามว่าโมโหไม๊? .. ตอบตามตรงว่าโมโหมาก ของเราอุตส่าห์ทนุถนอม เก็บเงินตั้งนานเพื่อซื้อแบบประกันศูนย์ ระมัดระวังตามสมควรที่คนธรรมดาทั่วไปพึงกระทำ แต่ก็ไม่ได้ไปว่าอะไรเห็นว่าเป็นเด็ก แต่น่าจะขอโทษซักนิดนะ เก็บขึ้นมาวางไว้แล้วเดินถือกระเป๋าออกไปเฉยๆ น้องเอแคลร์ยังใช้คำเหล่านี้จนติดเป็นนิสัยทั้งขอบคุณทั้งขอโทษตามสถานการณ์

หลังจากตรวจดูแล้วไม่พบร่องรอยอื่นอีก นอกจากขอบฟิลเตอร์ที่บุบเบี้ยวไป แสดงว่าเอาขอบด้านหน้าเลนส์ลงพื้น โอยยยย..จะมีชิ้นแก้วเคลื่อนบ้างหรือเปล่าว๊ะเนี่ย ระบบโฟกัส ระบบกันสั่น ระบบซูมจะเป็นยังไงบ้างหนอ แล้วอุปกรณ์แมคคานิคในตัวกล้องจะเป็นอะไรบ้างหรือเปล่า?

ลองกดปุ่มหมุนเลนส์ออกมา แล้วดูข้างในทั้งเลนส์ทั้งกล้องยังไม่มีอะไรแตกหรือบุบสลาย กระจกสะท้อนยังทำงานได้ดีอยู่แต่เพนทามิเร่อร์ไม่รู้เพราะไม่เห็น แต่มองเข้าไปในวิวไฟน์เดอร์ก็ไม่มีร่องรอยอะไรแปลกหูแปลกตาให้รำคาญใจ ใส่เลนส์กลับคืนเข้าไปแล้วเปิดสวิทช์

ลองยกขึ้นมาเอาตาแนบวิวไฟน์เดอร์ นิ้วชี้กดชัตเตอร์ครึ่งจังหวะ .. ปิ๊ด .. โฟกัสยังใช้ได้อยู่ เพิ่มน้ำหนักที่นิ้วชี้กดต่อไปเต็มจังหวะจนชัตเตอร์ทำงาน ได้ภาพมาเลยลองเทสฟร้อนท์-แบ็คไปพร้อมกันด้วย อืมมม..ยังตรงอยู่ อุ่นใจขึ้นนิดคาดว่าในส่วนของภายในเลนส์น่าจะไม่มีอะไรเสียหาย ระบบกันสั่นยังทำงานได้ วงแหวนซูมก็ยังใช้ได้ดีฟีลลิ่งยังเหมือนเดิม สรุปในส่วนขอเลนส์ก็น่าจะมีแค่รอยบุบของขอบฟิลเตอร์แค่นั้น

มาดูในส่วนของตัวกล้องกันบ้าง ส่วนตัวบอดี้ไม่มีร่องรอยอะไรเพิ่มเติม เคราะห์ยังดีที่เจ้า D5000 มันเป็นจอหมุนแล้วผมพับหน้าจอมันเก็บไว้เลยรอดไป ส่วนของใต้ตัวกล้องช่องใส่แบต+ฝาปิดยังใช้งานได้ ช่องเสียบเมมโมรี่ก็ยังใช้งานได้ดีเช่นดิม แฟลชยังยิงออกไม่มีรอยแตกแต่อย่างใด เช็คปุ่มปรับต่างๆและวงแหวนปรับโหมด วงแหวนปรับตั้งค่าทุกอย่างยังทำงานเป็นปรกติ เอาล่ะ ในส่วนของตัวกล้องก็ไม่น่ามีปัญหาใดๆ อีกเช่นกัน

ก็โล่งอกไปที นับว่ายังโชคดีมากที่ไม่มีอะไรเสียหาย นอกจากรอยบุบดังกล่าวแค่นั้น จากนี้ไปคงไม่ให้ลูกรักห่างตัวแล้ว นี่แค่ห่างยังไม่ถึงเมตรยังกระเด็นตกเตียงได้ งานนี้ต้องห้อยคอไว้ตลอดแล้วล่ะ แต่กับน้องเอแคลร์ เค้าจะดูแลและรักษาเป็นอย่างดีนะเพราะป๊ะป๋าสอนให้รู้จักรักและดูแลของไม่ว่าจะเป็นของอะไรก็ตาม ถ้าเราเอามาใช้เมื่อไหร่ก็ต้องระวังให้มากที่สุด ป๊ะป๋าถึงไว้ใจลูกได้ เชื่อว่าลูกชายของป๊ะป๋าจะรักและดูแลของเป็นอย่างดีเช่นเดียวกับป๊ะป๋าแน่นอน (..หรือเปล่า???)

ตอนนี้ป๊ะป๋าซื้อฟิลเตอร์อันใหม่ให้น้อง D5000 แล้วแต่คราวนี้ยี่ห้อ Kenko นะไม่ใช้ Hoya แต่ก็ยังเป็น Protector เหมือนเดิม อืมมมม..ผมรู้สึกไปเองหรือเปล่านะว่า ชิ้นงานของ Hoya จะดูเนี๊ยบและเนียนกว่า Kenko รวมถึงวัสดุที่ใช้ในการผลิตด้วย สังเกตจากฟีลลิ่งในการหมุนฟิลเตอร์เข้าประกบกับหน้าเลนส์ Hoya จะให้สัมผัสที่นุ่มนวลกว่า (หรือเราจะอุปทานไปเองคนเดียวหนอ..)

ลิ้งค์ไปอ่านในเวบบอร์ดครับ ..
http://takeaphoto.netau.net/index.php/topic,18.0.html

 

เขียนเมื่อ : วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ.2555 เวลา 01:05 น. GMT+7 THAILAND
ผู้เขียน : The Eleventh of April

Advertisements

2012 Mar.,24-25 : พาไปแช่น้ำพุร้อน นอนบ้านถ้ำ @ กาญจนบุรี – ภาคจบ

 

Trip : The Hindad Hot Spring and Tarzan Resort @ Kanchanaburi
Route : Bangkok – Kanchanaburi
Duration : 2D1N
Depart : SAT.24 MAR.,2012
Arrive : SUN.25 MAR.,2012
Camera : NIKON D5000, iPhone4

ชมภาพเพิ่มเติมได้ที่ ..
http://tombass.seesod.com/albums/view/index/zdKaUhmDbW1332817461
http://www.facebook.com/media/set/?set=a.212280775539848.34547.100002737816884&type=3

ติดตามชมแบบรีวิวในเวบบอร์ด คลิ๊กที่นี่
(.. ^_^ ..)

ภาคแรก | ภาคจบ

 

เอาล่ะ .. กลับมาต่อกันเลยในภาคจบ

หลังจากให้เจ้าสองคนขึ้นจากน้ำได้ก็ไปจัดการอาบน้ำล้างตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อย คุณย่าน้องเอแคลร์ก็ไปซื้อผลหมากรากไม้เป็นของฝากคนที่กรุงเทพฯ ที่ไม่ได้มาด้วย ส่วนคุณอาก็พาสองคนนั่นไปหาน้ำหาท่ากินเพื่อชดเชยพลังงานที่เสียไปจากการเล่นน้ำเป็นชั่วโมงๆ ส่วนป๊ะป๋าก็เดินดุ่มๆ ไปเอารถที่จอดไว้ที่บริเวณลานจอดรถทัวร์แล้วขับเข้ามารับสมาชิกทุกคนด้านใน เพราะเห็นท่าจะเดินไม่ไหวแน่ อากาศร้อนมากกกกๆๆ

จากนั้นก็ขับยาวร่วมร้อยกว่ากิโลเมตรเพื่อให้ถึงเมืองกาญจน์ก่อนจะมืดค่ำ ระหว่างทางก็ยังอุตส่าห์แวะซื้อเมล่อนเสียหน่อยเห็นมันไม่แพง หวานดีด้วย สรุปก็เลยได้ผลไม้มาเต็มรถ ทำเวลาได้ดีมาถึงที่พักประมาณ 5 โมงเย็น

ครั้งนี้พวกเราพักกันที่ “ถ้ำผาทาร์ซานรีสอร์ท” .. ตามไปดูพร้อมๆ กันเลยครับ

  ไปตามทางเข้าสู่บริเวณ front office .. ติดต่อห้องพัก หรือเช็คอินกันได้ที่นี่ ..

 
เป็นรีสอร์ทที่อยู่ติดแม่น้ำ .. ใครชื่นชอบกีฬาทางน้ำทุกประเภทต้องถูกอกถูกใจแน่ๆ ..


บ้านพักมีหลากหลายสไตล์ .. ให้เลือกได้ตามใจชอบ ..
แบบนอนบนต้นไม้ .. ให้สมกับมาพักบ้านทาร์ซานอยู่กลางป่า .. / หรือว่าอยากจะนอนริมบึงบัวก็ได้ไม่มีใครว่า ..


ส่วนด้านนี้อยู่ติดแม่น้ำ .. เปิดประตูบ้านมาก็ลงแม่น้ำได้เลย .. / อีกด้านตรงข้ามกันก็เป็นบ้านในบึง .. อยู่ติดกับ front office .. ใครอยากปั่นเรือหงส์กันสองคนจากหลังบ้านตัวเอง .. ก็เลือกบ้านแบบนี้ ..


ใครชอบบรรยากาศแบบเนินเขา .. ก็แบบนี้ .. / ส่วนพวกเรา .. เลือกนอนบ้านถ้ำ .. ได้อีกบรรยากาศนึง .. เงียบๆ ดี ..

  อิงแอบแนบชิดอยู่กับต้นไม้ในป่าโปร่ง .. ก็ไปนอนที่บ้านแบบนี้ ..


มีป้ายบอกทางชัดเจน .. ไม่ต้องกลัวกลับบ้านของตัวเองไม่ถูก .. / ทางเข้าบ้านของพวกเรา ..


ห้องใหญ่ไม่ได้ถ่ายภาพไว้ .. ไปดูห้องนอนของผมดีกว่า .. / เตียง 2 ชั้นแบ่งกันๆ .. ผมนอนชั้นล่าง .. ลูกกับหลานนอนชั้นบน .. / มีทางเข้าออกสองทาง .. แต่เข้าออกกันทางนี้ทางเดียวแหละ .. ส่วนอีกทางนึงปิดไว้ .. ถ้าเปิดไปคงเจอเพื่อนบ้านถ้ำข้างๆ เลยล่ะ .. ไม่ต้องเปิดไปหรอกเนอะ ..

จริงๆ แล้วจะเรียกว่าห้องแบบ connecting room ก็ได้นะนั่น ..


ประตูนี้แหละ .. ที่จะเปิดเข้าไปถ้ำติดกัน .. / ขอโทษคร๊าบบบบ .. ถ้ำของผมติดแอร์นะจ๊ะ .. 555+ / ผมนอนตรงนี้แหละ .. แต่ตอนนี้ให้เจ้ากระเป๋า NIKON มาเป็นนายแบบไปก่อน ..


จากห้องใหญ่ .. เปิดม่านหน้าต่างออกไป .. / ก็จะเจอภาพนี้ ..


มองจากบนหลังคาถ้ำ ..

  เก็บภาพไว้เป็นที่ระลึกเสียหน่อย .. บนหลังคาถ้ำที่เราพักกันคืนนี้ .. น้องเอแคลร์ไปนั่งตรงนั้น .. ป๊ะป๋าล่ะกลัวลูกร่วงลงไปซะจริงๆ เล๊ยยยย ..


สุดปลายทาง .. ก็เป็นถ้ำของพวกเรานั่นเอง .. / มองทางขวา .. ได้บรรยากาศป่าดงพงไพรเสียจริง ..


ใครอยากประลองความกล้า .. ลองมาเดินข้ามสะพานเชือกกันได้ .. แต่บอกไว้ก่อน .. ถ้าพลาดพลั้งไป .. ตกน้ำป๋อมแป๋มไม่รู้ด้วยน๊าาาา .. / ใกล้ริมน้ำ .. มีเตียงให้นอนเล่น .. หนังสือเล่มโปรด หรือจะเป็นแท็บเล็ตตัวเก่ง .. ไม่ว่าจะอ่าน จะอัพ จะไลค์หรือจะแชร์ ก็ทำได้ตามอัธยาศัย ..

  สนามเด็กเล่นก็มี ..
เด็กเล่นได้ ผู้ใหญ่เล่นดี .. คนแก่ก็มี .. ทุกรุ่นทุกวัย .. สนุกได้ด้วยกัน .. กิจกรรมของครอบครัว .. 555+

หมดไปอีก 1 วัน .. หัวถึงหมอนเป็นหลับ .. เพลียมาก ..

เช้าแล้ว .. ตื่นไปทานอาหารเช้ากันเร๊วววว .. ไลน์อาหารเช้าเริ่มเวลา 7:30 น. ไปหมดเอา 10:00 น.


ระหว่างทางไปทานอาหารเช้า .. เก็บไว้ซักภาพ .. / ทานกันที่นี่แหละ .. ติดริมแม่น้ำ .. ได้บรรยากาศมากๆ .. พาให้เจริญอาหารไปตามๆ กัน ..

  น้องเอแคลร์, พี่บอล, คุณอา, คุณย่า กินกันใหญ่ ไม่คุยกันบ้างเลยน๊าาาา ..

  ไลน์อาหารเช้าของที่นี่ ..


อาหารเช้าของผมคร๊าบบบบ .. / ดูกันใกล้ๆ แบบชัดๆ อีกที ..


ผ่านไปไม่นาน .. เหลือหลักฐานไว้ให้ดูแค่นี้แหละ .. / อิ่มก่อน .. ก็เลยนั่งเล่นเกมรอ ..

  ก็เลยถ่ายน้องเอแคลร์เก็บไว้อีกภาพ ..

จะว่าไปที่นี่มีกิจกรรมแนวแอดเวนเจอร์ให้เล่นเยอะเลย .. ฟรีด้วย .. เท่าที่อ่านมาในถ้ำของเรา .. เค้ามีรายละเอียดกิจกรรมที่เล่นได้ฟรี .. เช่นพายคายัค จักรยาน เรือปั่น สะพานเชือก ฯลฯ .. เอ้อ .. มีโดดหอด้วยนะ ..

อิ่มกันแล้วก็กลับถ้ำของเรา .. ผึ่งพุงแล้วเตรียมเก็บของ .. กลับกรุงเทพฯ กัน ..

  อีกซักภาพกับป้ายรีสอร์ท .. เพื่อยืนยันว่า .. ครั้งหนึ่ง .. พวกเราได้มาเที่ยวที่ “ถ้ำผาทาร์ซาน” แห่งนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว (.. ^_^ ..)


จะเข้าหรือจะออกจากรีสอร์ท .. จะต้องผ่านเนินแห่งนี้ทุกคนและทุกคัน ..

เอาล่ะ .. จบแล้วคร๊าบบบบบ .. นานหน่อย .. มือใหม่หัดโพส .. โพสไปก็ไปดู CSI : Miami 8 ไปด้วย .. 555+

ขอบคุณที่ติดตามรับชมครับ ..

(.. ^_^ ..)

 

ภาคแรก | ภาคจบ

 

เขียนเมื่อ : วันศุกร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ.2555 เวลา 01:57 น. GMT+7 THAILAND
ผู้เขียน : Tombass

2012 Mar.,24-25 : พาไปแช่น้ำพุร้อน นอนบ้านถ้ำ @ กาญจนบุรี – ภาคแรก

 

Trip : The Hindad Hot Spring and Tarzan Resort @ Kanchanaburi
Route : Bangkok – Kanchanaburi
Duration : 2D1N
Depart : SAT.24 MAR.,2012
Arrive : SUN.25 MAR.,2012
Camera : NIKON D5000, iPhone4

ชมภาพเพิ่มเติมได้ที่ ..
http://tombass.seesod.com/albums/view/index/zdKaUhmDbW1332817461
http://www.facebook.com/media/set/?set=a.212280775539848.34547.100002737816884&type=3

ติดตามชมแบบรีวิวในเวบบอร์ด คลิ๊กที่นี่
(.. ^_^ ..)

ภาคแรก | ภาคจบ

 

โพสนี้ไปเรียบเรียงมาจากเวบบอร์ดของผมเอง ที่เพิ่งติดตั้งและทดลองใช้งานอยู่ ใครว่างๆ ก็ลองเข้าไปรีวิวทริป หรือโพสภาพสวยๆ ของคุณเล่นได้นะครับ อย่างว่าแหละปกติผมก็โพสลงในบล็อคตลอด แต่คราวนี้ออกอาการห้าวหาญอยากลองของเล่นใหม่(สำหรับผม..แต่อาจจะเก่าแล้วสำหรับบางคน 555+) ไปลองโพสแบบรีวิวในเวบบอร์ด ดูแล้วยังงกๆ เงิ่นๆ มือใหม่หัดเล่น SMF ก็อย่างนี้แหละ อีกอย่างช่วงนี้อยู่ในระหว่างศึกษาการใช้งานและคอนฟิคบอร์ด หากใครพอจะมีเวลาก็ช่วยลองเข้าไปทดสอบบอร์ดด้วยกันจะขอบคุณเป็นอย่างสูงครับ (อย่าลืมสมัครสมาชิกก่อนโพสนะครับ)

  … (.. ^_^ ..) …

มาเข้าเรื่องของเรากันดีกว่านะครับ .. เอ้า..ทุกคนพร้อมแล้วนะ?

เริ่มที่ยามเช้าที่สดใสของวันเสาร์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ.2555 แดดอ่อนทอแสงเป็นประกายวิบวับ เสียงนกเขาขันกรูรับกันไปมา

08:00 น.ได้เวลาออกเดินทาง กว่าจะฝ่าการจารจรบนถนนลาดพร้าวไปได้ก็เล่นเอาหมดแรง..ทั้งที่เป็นวันเสาร์แท้ๆ ทำไมไม่คิดจะนอนอยู่บ้านกันบ้างหนอ..จะขับรถกันออกมาอยู่บนถนนกันตั้งแต่เช้าทำไมก๊านนน ..??
อาจจะมีคนตั้งคำถามในใจว่า .. แล้วทำไมต้องบุกเข้าไปถนนลาดพร้าวล่ะ?
ก็เพราะว่าจะไปเติมน้ำมันที่ศาลรัชดาน่ะสิ .. มีบัตรของศาลเติมน้ำมันลดได้ลิตรละหลายอยู่นาาา ..

และแล้วก็ออกมาสู่ถนนพุทธมณฑล มุ่งหน้าเข้าเพชรเกษมต่อไปยัง จ.นครปฐม ระหว่างทางเข้านครปฐมก็เลยแวะกินข้าวเช้ากันที่ปั๊มคาลเท็กซ์ ..ไปเจอร้านนี้เข้า อยู่ในปั๊มนั่นแหละ ..

  แก้วนี้ราคา 5 บาท ..ได้ยินไม่ผิดหรอกครับ .. 5 บาท .. ยังมีคนขายราคานี้อยู่จริงๆ ครับ ..

   ดูราคากันก่อน .. ราคานี้จริงๆ .. ผมไม่ได้โม้ (.. ^_^ ..) / ตามเมนู .. ก็ไม่ได้แพงเลยนะ .. ตอนจ่ายเงินก็ราคาตามนั้นจริงๆ .. ไม่มั่ว ..
เดี๋ยวเยอะไปจะหาว่าโปรโมทกันซะเปล่าๆ .. เอาเป็นว่า .. ใครผ่านเส้นเข้านครปฐมก็ลองแวะพิสูจน์กันดูเองได้ตามอัธยาศัย .. ชื่อร้านก็อยู่ในภาพนั่นแหละ ..

กินอิ่มแล้วก็ขับยาวไม่แวะที่ไหน ..
11:30 น. .. ถึงท่าม่วง .. แวะรับหลานไปเที่ยวเป็นเพื่อนน้องเอแคลร์ .. แล้วรีบเดินทางไปต่อทันที เพราะยังเหลือระยะทางอีกร่วมร้อยกว่ากิโลเมตรแน่ะ .. จุดหมายปลายทางของพวกเราวันนี้อยู่ที่ “พุน้ำร้อนหินดาด”

 

  ตั้งท่าจะเล่นน้ำกันเต็มที่ .. พอบอกว่ากินข้าวกลางวันให้เสร็จก่อน เดี๋ยวค่อยลงไปเล่น .. หน้าตาเลยออกอาการแบบที่เห็นเนี่ยะ (.. -_-‘ ..)

  พอเรียกให้มาเป็นนายแบบให้หน่อยเลยไม่ค่อยอยากเท่าไหร่ .. จะรีบไปลงน้ำท่าเดียวเลยลูกตรู .. เฮ้อ ..

  วันนี้คนเยอะมาก .. มีทั้งชาวไทย ชาวต่างชาติ .. มากัน 3 คันรถทัวร์จากหน่วยราชการแห่งหนึ่ง .. ยังมีรถตู้ของนักท่องเที่ยวชาติต่างชาติทั้งยุโรปและเอเชียอีกหลายคัน .. อีกทั้งครอบครัวเล็กใหญ่ที่เดินทางมากันเองอีกหลายครอบครัว ..

  ที่จอดรถด้านในที่มีอยู่ไม่มากนักจึงเต็มไปตั้งแต่ไก่โห่ .. พวกเราเลยต้องระเห็จออกไปจอดบริเวณที่จอดรถทัวร์ แล้วเดินเข้ามาแทน .. เป็นเหตุให้บริเวณบ่อแช่น้ำร้อนที่มีอยู่ทั้ง 3 บ่อคราคร่ำไปด้วยผู้คนจำนวนมาก ..
(.. -_-‘ ..)

  ร้านอาหารก็มีนะคร๊าบบบ .. แต่ไม่ค่อยหลากหลายเท่าไรนัก .. แค่พอฝากท้องเอาไว้ที่นี่ได้บ้าง .. ถ้าไม่มาเสียเย็นย่ำจนเกินไป .. ส่วนมากจะเป็นร้านขายของฝากซะเป็นส่วนใหญ่ .. โดยมากนักท่องเที่ยวจะไม่อยู่จนเย็นมาก .. เพราะหากจะกลับเมืองกาญจน์ก็ต้องใช้เวลาอีกค่อนข้างนาน .. กับระยะทางร้อยกว่ากิโลเมตรแน่ะ ..


ต้องข้ามสะพานนี้เข้าไป ถึงจะลงบ่อแช่น้ำร้อนได้ ../ บนสะพาน มองไปทางซ้ายจะมองเห็นบ่อน้ำพุร้อนที่จะไปแช่กันนั่นแหละ .. มีทั้งหมด 3 บ่อ เลือกเอาตามใจชอบเลย .. บ่อกลางคนเยอะสุด เพราะมีร่มเงาจากต้นไม้ .. แช่น้ำร้อนได้สบายใจไม่ร้อนแดดให้เสียผิว .. ส่วนธารน้ำที่ไหลนั่นเป็นน้ำอุ่นนะ (.. ^_^ ..)


สุดปลายสะพานก็ไหว้พระกันก่อน .. เพื่อเป็นสิริมงคล (.. */\* ..) / จากปลายสะพานด้านขวา .. เดินขึ้นไปก็มีพระให้ไหว้กันอีกนะ ..

  ส่วนถ้าเดินลงมา .. ก็จะเป็นทางลาดของรถเข็นผู้พิการและทางเดินของพระภิกษุ .. ลงไปบริเวณบ่อแช่น้ำร้อนและธารน้ำอุ่นนั่นเอง ..

  พาลงมาดูใต้สะพานกันบ้าง ..

  มองขวาก็จะเป็นบ่อแช่น้ำร้อน .. บ่อนี้ไม่ค่อยมีคนลงมาแช่ เพราะร้อนแดด .. รับแดดเต็มๆ แช่น้ำร้อนอยู่ดีๆ ไหงพอขึ้นมาหน้าดำล่ะ (.. -_-‘ ..)

  ปฏิบัติตามกฎเพื่อความสงบเรียบร้อย .. ไม่เหลือบ่ากว่าแรงเกินไปใช่ไหมครับ ..?
สถานที่สาธารณะ .. ย่อมต้องมีกฎเกณฑ์เพื่อความสะอาดปลอดภัยของผู้ที่ใช้สถานที่ร่วมกัน ..

  อยู่ในพื้นที่ป่าแบบนี้ .. ไหว้เจ้าที่เจ้าทาง เจ้าป่าเจ้าเขาเอาไว้ .. ไม่เสียหลาย .. อย่าคึกคะนอง ทำปากดีไป .. ระวังจะเจอดีโดยไม่รู้ตัว (.. >o< ..)


ด้านนี้ไม่ค่อยมีคน .. อย่างที่บอกไปนั่นแหละ .. กลัวดำอ่ะจ่ะ .. อีกอย่างบรรดาทัวร์ข้าราชการพากันกลับกันไปแล้ว .. เลยดูโปร่งโล่งสบายขึ้นบ้าง .. / มองย้อนกลับไปดูสะพานที่เราข้ามมาเมื่อกี้นี้ ..


มองกลับไปที่หัวสะพาน .. ตรงทางเข้าจะมีเจ้าหน้าที่คอยเก็บ ticket ที่เราซื้อเข้ามาจากด้านหน้า .. / เดินไปตามทางนี้ .. จะไปเจอทางลงบ่อแช่น้ำร้อน .. ถ้าไปสุดทางจะเป็นห้องอาบน้ำล้างตัว เปลี่ยนเสื้อผ้า ..

  เกือบสุดทางเดินลงไปก็จะมีที่ล้างตัวก่อนจะลงบ่อน้ำร้อน .. แล้วก็ที่เห็นนั่นเป็นอีก 2 บ่อที่มีผู้ใช้บริการหนาแน่น ..


ทางลาดสำหรับรถเข็นของผู้พิการ .. / อันนี้เป็นเสารั้ว .. ไม่รู้ว่าจะถ่ายมาให้ดูทำไมเหมือนกันอ่ะ .. 555+
(.. ^_^ ..)

  ได้เวลาอันเป็นมงคลฤกษ์ .. ก็เรียกเจ้าสองคนนี้ขึ้นจากน้ำ .. เพื่อที่จะได้เดินทางกลับเมืองกาญจน์ .. โอยยยย .. นึกถึงร้อยกว่ากิโลเมตรแล้วท้อ ..

เอ่อ .. รู้สึกว่าโพสนี้จะยาวแน่ๆ รูปภาพเยอะมาก เดี๋ยวจะโหลดช้ารอกันจนเซ็งไปซะเปล่าๆ ปลี้ๆ เอาเป็นว่าขอแบ่งออกเป็น 2 โพสก็แล้วกันนะ ภาคแรกนี้ก็ขอจบลงที่พุน้ำร้อนหินดาด ส่วนภาค 2 ที่เป็นส่วนของที่พัก ก็ขอยกให้เป็นส่วนของโพสต่อไปนะครับ

ภาคแรก | ภาคจบ

 

เขียนเมื่อ : วันพฤหัสบดีที่ 12 เมษายน พ.ศ.2555 เวลา 23:47 น. GMT+7 THAILAND
ผู้เขียน : Tombass