มาชวนไปลองฟังเพลงเก่าๆ กันบ้างไม๊?

S! Radio
บทเพลงจากหัวใจ Love 1997
เพลง เพราะผูกพัน/สมิทธิ์ & เชน
ศิลปิน รวมศิลปิน : บทเพลงจากหัวใจ Love 1997
อัลบั้ม บทเพลงจากหัวใจ Love 1997
ดูเนื้อเพลงคัดลอกโค้ดเพลงนี้
 

ลองเข้าไปฟังใน sanook มา เห็นว่าเพราะดี นึกถึงวันเก่าๆ ย้อนไปนับสิบๆ ปีแล้วสินะไม่น่าเชื่อเลย เรื่องที่เป็นจริงตลอดกาลก็คือวันเวลานั้นไม่เคยหยุดหมุน และคอยแต้มเติมความทรงจำทั้งดีและร้ายที่ผ่านเข้ามา ฟังเพลงเก่าๆ แล้วทำให้นึกถึงช่วงเวลาที่มีทั้งสุขและเศร้ากับคนมากมายหลายหลากที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเรา

จำได้ว่าเพลง เพราะผูกพัน ของ สมิทธิ์&เชน ฟังตั้งแต่สมัยออกมาโลดแล่นใช้ชีวิตอยู่ในโลกแห่งยามรัตติกาล ได้แสดงอยู่ใน Pub&Theque ชั้นนำของกรุงเทพฯ หลายที่ และก็นับได้ว่าเป็นหนึ่งในเพลงที่ถูก request มากที่สุดในช่วงนั้นเลยทีเดียว ด้วยเนื้อหาที่บรรยายถึงความรู้สึกดีๆ ของคนที่แอบรักคนอื่นข้างเดียว ยินดีที่จะอยู่เคียงข้างในเวลาที่ท้อแท้เจ็บปวด เฮ้อ .. เศร้าจังว่ะ ..

เราลองมาฟังเพลงนี้พร้อมๆ กันเลยนะ

Advertisements

วันนี้วันเกิด .. กินกันทั้งมื้อกลางวันมื้อเย็น .. โอยยยย .. แน่นท้องจ้ะ ..

วันนี้ (วันอาทิตย์ที่ 11 เมษายน พ.ศ.2553) .. เป็นวันคล้ายวันครบรอบวันเกิดของผมเอง ตื่นมาตอนสายๆ ก็มีคนเลี้ยงวันเกิดให้เลยเป็นมื้อกลางวัน เริ่มที่ MK Suki สาขาคาร์ฟูร์ สุขาภิบาล 3 กันก่อนเลย ไปกินกันแบบเฉพาะคนในครอบครัว ไปกัน 6 คนมี ปู่ ย่า ลุง อา ป๊ะป๋า แล้วก็น้องเอแคลร์ สั่งกันเต็มโต๊ะ ค่าเสียหาย 1900 กว่าบาท ใช้บัตรลดไปได้ 200 บาท อิ่มแน่น คุ้มเกินคุ้มกันเลยเชียว

กลับมานอนอืดดดดดด .. ผึ่งพุงกันเสียหน่อย ปล่อยให้ระบบย่อยอาหารทำงานเต็มประสิทธิภาพ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับ buffet มื้อเย็นกันอีก

ตื่นมาอีกที 6 โมงเย็น ไปเรียกเอแคลร์มาอาบน้ำแต่งตัว ปรากฎว่าออกไปเล่นฉีดน้ำสงกรานต์กับสาวๆ อยู่หน้าบ้าน .. น่านนนนน .. ป๊ะป๋ายังไม่มีสาวๆ มาเล่นสงกรานต์ด้วยเลย อิจฉาวุ๊ย .. อาบน้ำกันเสร็จทั้งพ่อทั้งลูก ก็ได้เวลาออกเดินทางสู่ร้าน Buffet โคขุน โพนยางคำ พิกัดร้านคือ ตรงข้ามคาร์ฟูร์ สาขาสุขาภิบาล 3 (อีกแล้ว) วนเวียนกันอยู่แถวๆ บ้านนี่แหละไม่ต้องไปไหนกันไกลให้เปลืองน้ำมัน มื้อนี้ก็ไปกันกันแบบเพื่อนๆ ที่สนิทๆ พี่ๆ น้องๆ ลูกหลาน ผู้หลักผู้ใหญ่นิดหน่อย รวมแล้วก็ไม่กี่คนหรอก

Buffet ที่นี่ราคาไม่แพงนะ แค่ 149 บาทต่อคน สำหรับเด็กเหลือแค่ 69 บาทเท่านั้นเอง ทานกันไม่อั้น สำหรับคนชอบทานเนื้อวัว ไม่ผิดหวังแน่นอน มีอาหารข้างเคียงเป็นออร์เดิร์ฟ เช่น ไก่ย่าง เนื้อแดดเดียวทอด ส้มตำ ส้มตำผลไม้ อื่นๆ อีกหลายอย่าง ส่วน main course ก็จะเป็น เนื้อวัวโคขุนโพนยางคำ นำมาย่าง หรือจิ้มจุ่มก็มีให้เลือกสรร ทานพร้อมกับน้ำตก ยำชนิดต่างที่ต้องสั่งจากเมนู แต่รวมอยู่ใน buffet เพราะหากทำไว้จะทำให้เซ็ง ไม่อร่อยนั่นเอง อีกทั้งยังมีสารพัดผักสำหรับคนที่รักษ์สุขภาพให้เลือกหยิบได้ตามต้องการ

เสียอย่างเดียว .. อากาศภายในตัวอาคาร ร้อนอบอ้าวมากๆๆๆๆ ถึงมากที่สุด ความร้อนจากเตาถ่านที่อยู่บนโต๊ะโดยไม่มีอะไรกั้น แผ่รังสีอำมหิตสู่พวกเราที่นั่งล้อมเตาอยู่ ทำให้บั่นทอนอารมณ์และบรรยากาศในการกินลงไปพอสมควร แต่ชดเชยได้ด้วยบริการที่ใส่ใจ น้องๆ ที่นี่มี service mind มากกว่าร้านอาหารชั้นนำที่มีชื่อเสียงหลายๆ ร้านด้วยซ้ำ ยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่มีหงุดหงิดแม้เราจะเรียกหา สอบถามโน่นนี่นั่นอยู่บ่อยๆ มากๆ ให้คะแนนเต็มเลยเรื่องนี้

ครั้งนี้ไม่มีรูปมาให้ชมเพราะไม่ได้เตรียมตัวไปทำรีวิว แต่ไปเพื่อกิน กิน กิน แล้วกินๆๆๆๆๆๆๆ อย่างเดียว และเป็นที่แน่นอนแล้วว่าคงต้องมีครั้งต่อไป เพราะต้องไปแก้มือ ถ่ายรูปมาให้ชมให้ได้ หากใครสนใจก็ลองไปทดลองชมและชิมได้ตามพิกัดนี้เลย

ร้านโคขุน โพนยางคำ
ตรงข้าม คาร์ฟูร์ สาขาสุขาภิบาล 3
ประเภท Buffet
ราคา ผู้ใหญ่ 149 บาท/คน, เด็กสูงไม่เกิน 120 ซม.เพียง 69 บาท/คนเท่านั้น

สงคราม สงกรานต์เลือด .. เหมือนปีที่แล้วเลย ..

และแล้วการแก้ปัญหาก็ไม่สามารถหาทางออกได้ เข้าสู่ภาวะสุญญากาศ เจอทางตันในการเจรจา สุดท้ายก็เกิดการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ทหารและกลุ่มผู้ชุมนุมจนได้ เริ่มตั้งแต่บ่าย ดำเนินไปจนถึงกลางดึกของคืนวันนั้น ความสูญเสียที่เกิดขึ้นทั้งเจ้าหน้าที่และผู้ชุมนุม มันไม่อาจประเมิณเป็นมูลค่าทางการเงินได้ แต่มันกระทบกระเทือนจิตใจและความรู้สึกของคนที่เฝ้าติดตามสถานการณ์อยู่ คนไทยต้องเข้าโรมรันกันเอง อยากรู้นักว่าที่เกิดเรื่องอย่างนี้ ทำไปเพื่อใคร คนไทยคนไหนหรือที่จะได้ประโยชน์จากผลการกระทำที่เกิดขึ้นในวันนี้

ในวันที่คนไทยเราน่าจะกลับบ้านไปรดน้ำดำหัวพ่อแก่แม่เฒ่า บุพการีที่เฝ้าฟูมฟักเลี้ยงดูเราจนเติบใหญ่ แต่วันนี้ท่านเหล่านั้นกลับต้องนั่งรอลูกหลานอย่างกระวนกระวาย ไม่รู้ชะตากรรมจะเป็นเช่นไร จะได้เจอกันอีกไหม? ผู้ที่เสียชีวิตทั้งเจ้าหน้าที่และผู้ชุมนุม คนเหล่านั้นน่าจะได้กลับไปพบเจอญาติของเค้าในวันแห่งความสุขของคนไทย แต่ต้องกลับไปเจอญาติในสภาพที่ไร้ซึ่งลมหายใจในวันแห่งความเศร้าแทนอย่างนั้นหรือ?

คงไม่ต้องเรียกหาความรับผิดชอบจากฝ่ายไหนหรอก เพราะเรื่องนี้อย่าไปโทษใครเลยนอกจากตัวท่านเองที่นำผู้ชุมนุมเข้ามาสู่สถานการณ์เสี่ยงอันตราย หรือตัวท่านเองที่สั่งให้เจ้าหน้าที่ออกปฏิบัติงาน ไม่มีใครหรอกที่อยากปะทะกันเอง ท่านคงต้องมีบาปฝังในใจท่านตราบเท่าที่ท่านยังมีลมหายใจ เพราะครั้งหนึ่งท่านได้ทำให้ผู้คนจำนวนหนึ่งต้องตายไปต่อหน้าต่อตา

ฝ่ายผู้ชุมนุมโดยเฉพาะแกนนำทั้งหลายลองทบทวนการกระทำของท่านดูซักหน่อยไหม?

รัฐบาลก็เช่นกัน ลองหันมาทบทวนทิศทางและแนวทางปฏิบัติอีกซักครั้งดีหรือไม่?

ข้อเรียกร้องที่ไม่มีการลดราวาศอก มันคงปฏิบัติไม่ได้จริง และ การอะลุ่มอล่วยและความชัดเจนในแนวทางปฏิบัติย่อมจะทำให้การเจรจาผ่านวัตถุประสงค์ไปได้ด้วยความพึงพอใจทั้งสองฝ่าย หากทว่าต้องได้ตามที่เรียกร้องทุกประการ นั่นคงไม่ใช่การเจรจาเพื่อหาทางออกในการแก้ปัญหา ทุกอย่างต้องมีจุดลงตัวที่พึงต้องยอมรับทั้งสองฝ่าย นั่นถึงจะเรียกว่าเจรจา เมื่อได้ข้อสรุปแล้วก็ต้องยอมรับข้อตกลงที่ได้ทำไว้ซึ่งกันและกัน และต้องเคารพกติกาที่ตกลงกันตั้งขึ้นและยอมรับทั้งสองฝ่าย โดยไม่ละเมิดข้อตกลงอันมีต่อกัน

ว่าแต่ว่า .. ทั้งหมดที่ว่ามาเนี่ยะ .. ท่านจะสามารถทำกันได้หรือ? พนันกันไม๊ล่ะ ว่าพวกท่านทำกันไม่ได้หรอก?
อืมมมม .. ก็ยังนึกไปถึงปัญหาเด็กช่างกลที่ตีกัน .. ดูๆ ไปแล้วมันไม่ได้ต่างจากพวกท่านกันเลยนะ .. ว่าไม๊?